สรุปนิยายเว็บ Maou Gakuin no Futekigousha บท 11 (LN เล่ม 11)

บทที่ 11: บททะเลศักดิ์สิทธิ์สีเงิน (銀水聖海編)

เว็บตอนที่: 480-519 (รวม 40 ตอน)

ปฐมบท

เมื่อสองพันปีก่อน อานอส ได้เดินทางมาพบ ฟาริส มารนักประดิษฐ์ ที่ชอบการวาดภาพ เขาต้องการ ยานบินให้สูงพอที่จะสอยเทพแห่งการทำลายล้าง อาเบลนิว บนท้องฟ้า โดยเปรียบการยุติสงคราม ก็เหมือนการวาดภาพสันติภาพให้เกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งยังเป็นภาพที่ไม่สามารถสร้างได้ในยุคนั้น เวลาผ่านไป ฟาริสพัฒนา ปราสาทลอยฟ้า เซลิด ฮาเวนัส ได้สำเร็จ (ฟาริส ตายในช่วงย้อนอดีตของบทที่ 9)

* ศัพท์ในบท 11 ขึ้นไป: โลกเล็ก = ดาว มีฟองอากาศหุ้ม / ทะเลศักดิ์สิทธิ์สีเงิน = อวกาศ เหมือนทะเลขนาดใหญ่

เนื้อเรื่อง

หลังโลกถือกำเนิดใหม่ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เฟืองจากเอ็กเอส ถูกสร้างเป็นสิ่งของต่างๆ

ในห้องเรียน พิจารณาเรื่องการมาของพวกเทพจากต่างโลก ทำให้มีการจุดประเด็นเรื่องที่นอกโลก น่าจะมีโลกอื่นอีก

รถไฟจอมมาร ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังเฟืองของเอ็กเอส หลังเตรียมถ่านหิน ก็ใกล้พร้อมลองเดินทางผ่านบาเรียสู่นอกโลก

ที่บ้าน แม่ของอานอสถูกโจมตี แต่เอ็กเอส (เตาอบในบ้านอานอส) คุ้มกันตามคำสั่งที่อานอสให้ไว้

อานอส มาถึงและปะทะกับ โคสเทีย อาเซนอน (ใส่ตาเทียม) สาวที่อ้างว่าถือกำเนิดจากท้องเดียวกับอานอส มาพร้อมกับ โบบอนกะ (มีแขนข้างเดียว) มีการเรียกแม่เขาว่า “เจ้าหญิงแห่งหายนะ” และใช้เวทที่เขาไม่เคยเห็น หลังอานอสได้เปรียบ ทั้งสองได้หลบหนีไป

ด้านเรย์ ได้พบ เอิร์ล บาร์ซาลอนด์ หนึ่งในห้านักบุญ กล่าวหาว่าเรย์เป็นโจรที่ปล้นดาบดาบวิญญาณเทวะมรรตัย เอวานส์มานา ซึ่งไม่ทำให้ดาบศักดิ์สิทธิ์แสดงรูปร่างที่แท้จริงได้ พวกอานอส ชิน มาช่วยเรย์ ที่เสียเปรียบ อีกฝ่ายถอนกำลัง ขึ้นยานไป มุ่งหน้าไปที่ โรงเรียนพันธมิตร พาโบลเฮทารา 

อานอสตามขึ้นยาน เผชิญหน้ากับ บาร์ซาลอนด์ เมื่อ อานอสทำลายยานจนร่วง เอิร์ล ยังพูดเรื่องไม่เข้าใจหลายเรื่อง อย่าง อานอส เป็น ราชสีห์วินาศแห่งอาเซนอน เนื่องจากตกลงมาแถวพื้นที่โซนที่เป็นศัตรูกับ พาโบลเฮทารา ทำให้มีผู้เฝ้ามาขวาง บาร์ซาลอนด์

อานอส ถูกโจมตีโดย โนอา (ใช้ร่างของพ่อบ้านตนที่ชื่อ รอนครูซ) ผู้เฝ้าพื้นที่ทะเลปริศนา ซึ่งที่เป็นเขตแดนแยกจากพาโบลเฮทารา อานอสต้องสู้จริงจังกับโนอา จนเอาชนะอีกฝ่ายได้ เขาใช้เวทรวมรากเหง้าของ รอนครูซ ที่ใกล้ตายเอาไว้กับตนเอง เพื่อให้รอนครูซยังอยู่ต่อ

* ระหว่างสู้ อานอสก็อบเวทใหม่อีก 2 เวทจากโนอา คือ เรย์ออน (มือจับ) ใช้รับพลังศัตรู เพิ่มให้แรงขึ้น แล้วสะท้อนกลับไป และ ดอกด้า แอซเวดรา (ปืนใหญ่เพลิงมารผู้โหดเหี้ยม) เวทโจมตีของโลกชั้นใน (เวทชั้นสูง) รุนแรงกว่าจิโอเกรซ

รถไฟจอมมารออกเดินทางสู่ทะเลสีเงิน พากลุ่มของอานอส รวมถึงพ่อแม่ของอานอสที่ตกเป็นเป้าโจมตี มาส่งที่ พาโบล เฮทารา ระหว่างทางพบปราสาทลอยฟ้า เซลิด ฮาเวนัส เหมือนที่อานอสเคยใช้มาก่อน

เมื่อเดินทางถึง พาโบล เฮทารา พบกับพระเจ้า ออตโตรูรู ผู้ดูแลโลกนี้ ชวนให้เข้าพันธมิตร อานอสลงทะเบียน

โลกที่ตั้งของสมาพันธ์ คือ อีเลเนเซีย ที่ 7 ชื่อเหมือนแม่ของ มิริเทีย และ อาเบลนิว ที่ควรจะดับสูญไป

อธิบายเรื่องทะเลสีเงินที่แบ่งเป็นหลายชั้น พลังงานจะถูกส่งเข้าไปยังโลกชั้นใน

  • โลกในชั้น 1-10 ถูกเรียกว่าโลกชั้นนอก, ชั้น 11-20 เป็นโลกชั้นกลาง และ ชั้นลึกกว่าชั้น 20 เป็นโลกชั้นใน
  • ผู้คนที่อาศัยในโลกชั้นใน จะแข็งแกร่งกว่าโลกชั้นนอก เพราะพลังไหลจากภายนอกไปยังจุดศูนย์กลาง โลกชั้นใน จะได้ส่วนแบ่งพลัง เวทมนตร์ และ กฎระเบียบ จากโลกชั้นนอก
  • โลกมิริเทีย ปัจจุบันเทียบเท่ากับ ชั้น 0 ซึ่งควรจะดับสลายไป แต่ยังคงอยู่ได้ อีกทั้ง เวทซิลิก้า เกิดใหม่แบบสมบูรณ์ เป็นเวทที่ไม่มีในโลกอื่น
  • อานอส เชื่อว่า ในโลกชั้นในจะมีความโกลาหล ยิ่งกว่าโลกที่เขาอยู่หลายเท่า

ราชาผู้ไร้การเคลื่อนไหว คาร์ตินัส โลกแห่งปราสาทสีเงิน บาลันเดียส หัวเราะกับพวกชาวโลกมิริเทีย แต่โลกเขาก็อยู่เพียงชั้น 2 ไม่ได้ต่างมากนัก

เมื่อมีความขัดแย้ง จึงให้ โลกมิริเทีย แข่ง “ทำสงครามจัดอันดับของทะเลสีเงิน” กับ โลกบาลันเดียส ทำสัญญาตามข้อตกลง และให้สอบถามกฎในการทำสงคราม

  • การแข่งจะดำเนินในโลก ที่มีอันดับสูงกว่า
  • เงื่อนไขชนะ คือ ชิงพลังงานจากคู่ต่อสู้มาได้จนหมด
  • ในโลกชั้นใน สามารถใช้เวทมนตร์ชั้นสูง ที่ประสิทธิภาพรุนแรงกว่าโลกชั้นนอก ได้
  • ถ้าพระเจ้าถูกฆ่า จะสามารถคุมโลกเล็กของฝ่ายตรงข้ามได้ ผู้ชนะสามารถเลือกได้ว่า จะให้โลกที่แพ้ ตกเป็นบริวารของตัวเอง หรือ ดึงพลังของโลกมาทั้งหมด เพื่อเลื่อนสู่โลกชั้นลึก ปล่อยให้โลกที่แพ้ดับสลายไป
  • อธิบายถึงคำว่า “จอมมาร” ในทะเลสาปศักดิ์สิทธิ์ ที่ยิ่งใหญ่กว่า มหาจอมมาร ซิเนีย ชิวาเฮลด์ ผู้พิชิตโลกชั้นใน 12 โลก และกำลังหาผู้สืบทอด มีจอมมารลำดับที่ 1-6

กลุ่มพันธมิตรอันดับต้นๆ เรียกว่า เซย์โจคาคุอิน กลุ่มท็อป 6 ของ พาโบล เฮทารา อันดับในการแข่งขันปัจจุบัน

  1. โลกแห่งกระสุนมนตรา อีเลเนเซีย
  2. โลกแห่งดาบศักดิ์สิทธิ์ ไฮโฟเรีย
  3. โลกแห่งช่างตีเหล็ก เบอร์ดี้เลอร์
  4. โลกแห่งฝัน ฟอลฟอรัล
  5. โลกแห่งหุ่นเชิด ลูเซนท์ฟอล์ท
  6. โลกแห่งหายนะ อีเวเซโน

อานอส ได้พบกับอดีตสมุนนักประดิษฐ์ ฟาริส ที่เกิดใหม่ในโลกปราสาทสีเงินและมีความทรงจำเดิม แสดงความเคารพต่ออานอส แล้วได้พบ ราชาเสือ เมย์เธน เทพเจ้าของดาว ที่มั่นใจกับปราสาทลอยฟ้าที่สร้างโดยฟาริส

กลุ่มอานอส แยกไปคุยกับ ฟาริส พอทราบว่า อีกฝ่ายมียอดฝีมือ นักสะบั้นคอ ไซมอน นักดาบที่แกร่งสุด และพลังน่าจะเหนือกว่าในโลกมิริเทีย ด้านฟาริส ไม่สามารถวาดภาพได้เหมือนอยู่กับอานอส เพราะงานศิลปะเป็นเรื่องไม่ยอมรับในโลกที่เต็มไปด้วยไฟสงคราม

เมื่อเริ่มทำสงคราม ขบวนรถไฟจอมมาร ปะทะกับ ฝูงปราสาทลอยฟ้า 25 ลำ ป้องกันปราสาทหลัก ฝั่งพรรคพวกของอานอส แสดงพลังที่เหนือกว่าสอยยานอีกฝ่ายร่วงอย่างต่อเนื่อง

ชิน ปะทะ กับ ไซมอน ถึงจะสู้อย่างลำบากจากศัตรูที่แกร่งกว่า แต่สุดท้าย ชิน ก็ตัดคอศัตรูได้ในภายหลัง

พลังของเทพ ราชาเสือ เมย์เธน ป้องกันการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ อาร์คาน่า ยกเลิกความสามารถนั้นลงได้ อานอสใช้ดาบเทพเจ้า ลีไวน์กิลมา ตัดคอเขา

ซาชา ใช้ท่าใหม่จากพลัง ตะวันแห่งการทำลายล้าง ไอน์ เออาร์ นาเวลวา (รอยยิ้มที่เฉิดฉายไปทั่วโลก) ยิงกวาดฝ่ายศัตรู แม้จะโดนพวกเดียวกัน แต่มีเพียงศัตรูที่สลายไป

ปราสาท เซลิด ฮาเวนัส เสียหายอย่างหนัก, อานอส ให้ ฟาริส กลับมาอยู่ฝั่งเขา, ผู้ครองดาว คาร์ตินัส ถูกผนึกให้มีชีวิตในภาพวาด ชัยชนะเป็นพวกโลกมิริเทีย มีชา ใช้เวท เอิร์น แอน เอลโทโนอา (โลกที่อ่อนโยนเริ่มต้นที่นี่) สร้างโลกปราสาทสีเงินขึ้นมาใหม่

ปัจฉิมบท

กลุ่มอานอส ได้มาที่หอศิลป์ของ ฟาริส ที่ตั้งใจมอบให้โลกมิริเทีย โดยโลกปราสาทเงินฝักใฝ่แต่สงคราม ไม่เข้าใจในงานศิลป์ อีกทั้ง เทพและผู้ปกครอง ยังใช้ปราสาทลอยฟ้า ทำสงครามและเป็นที่ถือกำเนิดของผู้คน ทำให้ผืนโลกอ่อนแอลง, พระเจ้า ราชาเสือ เมย์เธน เกิดใหม่กลายเป็น เสือน้อย มาอยู่ในโลกมิริเทีย

ฟาริส ให้อานอสได้เห็นภาพวาดของ “สันติภาพ” ที่เคยสัญญากับอานอสเมื่อสองพันปีก่อน มีอานอสเป็นศูนย์กลางและทุกคนที่มุ่งหน้าไปทางเดียวกัน เขาให้คำปฏิญาณที่จะวาดภาพเพื่ออานอสทุกชาติไป

<< บทที่ 10: บทเทพเจ้าแห่งนภา หน้ารวมข้อมูล บทที่ 12: บทโลกแห่งหายนะ >>