ทำไมอนิเมะจีนยังตามญี่ปุ่นไม่ทัน (มุมมองชาวเน็ตจีน) ?

จีนผลักดันอนิเมะมานานพอสมควร ตั้งแต่ก่อนยุค 2020 อีก แต่ผ่านมาหลายปีความคืบหน้ากลับน้อยมาก แม้จะมีบางเรื่องที่คุณภาพงานเกินสตูดิโอญี่ปุ่นไปบ้าง โดยเฉพาะงาน 3D บางเรื่องทำรายได้สูงระดับญี่ปุ่นไม่เคยทำได้ แต่ภาพรวมกลับยังขาดความน่าติดตาม แม้แต่ในจีนเองก็ไม่ได้ชอบอย่างที่ควรทั้งที่มีจำนวนอนิเมะเยอะ

โดยเฉลี่ยแล้ว อนิเมชั่นในจีนปีก่อนมีๆ ประมาณ 100-150 เรื่อง หากรวมในโรงมีประมาณ 50 เรื่องต่อปี ที่โดดเด่นมาก นาจา 2 ที่ทำลายได้ถล่มทลายในปี 2025 ทุน 80 ล้านเหรียญสหรัฐแต่กวาดรายได้กว่า 2,216 ล้านเหรียญ ติดอันดับ 5 ของภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาล แต่ถ้ามองย้อนกลับไป อีกเฉลี่ย 200 เรื่องต่อปีกลับแทบไม่มีใครรู้จัก แม้แต่ในจีนเองก็ไม่ค่อยได้ดูหรือพูดคุยมากนัก ยกเว้นบางเรื่องที่มาจากนิยายจีนชื่อดังซึ่งนานๆ จะมีสักเรื่อง

เรื่องนี้มีหลายทฤษฎี แต่ฟังเสียงจากชาวโซเชียลจีนเองน่าจะชัดเจนกว่านั่งมโนเหตุผลกันเอง จึงขอยกข่าวที่รวบรวมเสียงวิจารณ์จากชาวจีนที่ตั้งคำถามว่า แม้ปีปัจจุบัน ทำไมอนิเมะจีนยังสู้ญี่ปุ่นไม่ได้ ?

ความเห็นผู้ใช้โซเชียลชาวจีน มีการถกเถียงกันในมุมต่าง ๆ เช่น

  • คนจีนจำนวนมากไม่ได้โตมากับการดูอนิเมะเหมือนญี่ปุ่น ทำให้ฐานแฟนไม่แข็งแรง
  • ผู้ชมอนิเมะจีนจำนวนหนึ่งยังเป็นกลุ่มเดียวกับที่ดูอนิเมะญี่ปุ่นอยู่แล้ว
  • แม้มีผลงานดีขึ้น แต่ความสมบูรณ์แบบของงานโดยรวมยังห่างอยู่

ตัวอย่างปัญหาที่ชาวเน็ตจีนพูดถึง

  • เนื้อเรื่อง ตัวละคร อารมณ์ การพากย์ เพลง และการกำกับ ยังต้องพัฒนาอีกมาก
  • เนื้อหาอนิเมะจีนมักกระจุกอยู่ที่แฟนตาซี
  • งาน 3D บางเรื่องดู “ไม่เป็นธรรมชาติ” เท่า 2D
  • การใช้ภาษาจีนในตัวละครบางครั้งดูไม่ลื่นไหล
  • ระบบอุตสาหกรรมอนิเมะยังไม่ครบวงจร และรายได้จากคอนเทนต์ยังไม่มั่นคง

ปัจจัยโครงสร้างที่ถูกพูดถึง

  • ตลาดจีนอาจรองรับแนวเรื่องได้จำกัด ทำให้เกิดความหลากหลายยาก
  • กฎระเบียบและการควบคุมเนื้อหา อาจจำกัดไอเดียความคิดสร้างสรรค์
  • ขาดสตูดิโอที่มีความชำนาญระดับโลกแบบญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตามมีบางคนโต้แย้งว่าในอนาคตอันใกล้อาจเป็นไปได้

  • บางคนมองว่าช่องว่างกำลังลดลง
  • บางคนคิดว่าอนิเมะญี่ปุ่นเองก็เริ่มถดถอย
  • บางความคิดเห็นมองว่าจีนเริ่มแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและ AI

การมาของ AI ช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนาของอนิเมะจีนไปอีกขั้น ถึงตอนนี้ภาพเคลื่อนไหวจะยังออกมาแย่กว่าการวาดมือ แต่อนาคตน่าจะมีการปรับปรุงส่วนนี้ อีกทั้งมีคนได้ทำงานร่วมกับสตูดิโอญี่ปุ่นมากขึ้นทุกปี อย่าง One Punch Man Season 3 บางตอนก็ใช้คนจีนดูแลเกือบ 100% และอนิเมะญี่ปุ่นหลายเรื่องก็มีคนจีนเข้ามาดูแลทั้งส่วนวาดและกำกับ รวมทั้งสามารถจ้างทีมงานญี่ปุ่นไปช่วยผลิตได้ ทำให้อนาคตอาจมีอนิเมชั่นจีนที่แซงหน้าญี่ปุ่นมากขึ้น

สำหรับคนที่สนใจอนิเมะจีน ลองหาเรื่องที่ดังระดับโลกบางเรื่องมีพากย์ไทย-ญี่ปุ่น มาดูได้ครับ

กลุ่มงานภาพ 2D (เน้นเนื้อเรื่อง/คาแรคเตอร์)

  • The King’s Avatar / เทพประยุทธ์เซียน Glory (2017): เทพเกมเมอร์ตกอับ กลับมาไต่เต้าทวงบัลลังก์ในเซิร์ฟเวอร์ใหม่
  • Mo Dao Zu Shi / ปรมาจารย์ลัทธิมาร (2018): สืบสวนปราบมาร ย้อนอดีตสุดเข้มข้น งานภาพสวยระดับท็อป
  • Scissor Seven (2018): นักฆ่าความจำเสื่อมสุดรั่ว งานภาพอินดี้ ตลกหน้าตายแต่ฉากสู้โหด
  • Heaven Official’s Blessing / สวรรค์ประทานพร (2020): เทพตกสวรรค์กับราชาผี งานภาพละมุน ดราม่าโรแมนติก
  • The Daily Life of the Immortal King (2020): เซียนที่เก่งที่สุดเกิดใหม่เป็นเด็ก ม.ปลาย อยากใช้ชีวิตสงบๆ (ฟีล One Punch Man)
  • Link Click (2021): คู่หูใช้รูปถ่ายย้อนเวลาไปแก้ไขอดีต แนวสืบสวนระทึกขวัญที่หักมุมดีมาก

กลุ่มงานภาพ 3D (เน้นกำลังภายใน/แฟนตาซี)

  • Battle Through the Heavens / สัประยุทธ์ทะลุฟ้า (2017): เด็กหนุ่มไร้ค่าฝึกตนเพื่อล้างแค้นและกอบกู้ศักดิ์ศรีตระกูล
  • Soul Land / ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน (2018): อดีตศิษย์สำนักถังเกิดใหม่ในโลกวิญญาณยุทธ์ เป็นตำนานงาน 3D ที่มียอดวิวสูงสุด
  • A Record of Mortal’s Journey to Immortality / คัมภีร์วิถีเซียน (2020): คนธรรมดาฝึกเซียนแบบสมจริง เน้นคิวบู๊ Motion Capture ที่ดูเป็นมนุษย์ที่สุด
  • Swallowed Star / มหาศึกเวหา (2020): ไซไฟผสมกำลังภายใน สู้กับสัตว์ประหลาดเพื่อกู้โลก สเกลพลังระดับจักรวาล
  • Perfect World / โลกอันสมบูรณ์แบบ (2021): ทารกกระดูกจอมราชันย์ ผจญภัยต่อสู้กับเหล่าสัตว์เทพ สู้แหลกตั้งแต่ต้นจนจบ

ยังมีเรื่องใหม่ๆ อีกหลายเรื่องที่น่าสนใจและมีแบบพากย์ญี่ปุ่น ลองหามารับชมได้เช่นกัน

ทำไมอนิเมะจีน ตามอนิเมะญี่ปุ่นไม่ทัน


ที่มา: Record China via Yaraon