ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมอนิเมะและมังงะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่าเรื่องไปอย่างมาก หนึ่งในกระแสที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือแนวเรื่องที่มีตัวเอกมีความสามารถเก่งกาจเหนือมนุษย์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พระเอกเทพ” ซึ่งแตกต่างจากขนบการ์ตูนญี่ปุ่นยุคเก่าที่เน้นการพัฒนาตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป บทความนี้จะวิเคราะห์ถึง 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตัวละครลักษณะนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
1. คนอ่านเริ่มเบื่อแนวโชเน็นเดินเรื่องช้า
ตลาดการ์ตูนญี่ปุ่นถูกครองตลาดด้วยแนว “โชเน็น” หรือแนวต่อสู้วัยรุ่นชายมาอย่างยาวนานเกือบศตวรรษ ซึ่งมีสูตรสำเร็จคือตัวเอกเริ่มต้นจากศูนย์และต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง กินระยะเวลาหลายเล่มหรือหลายตอนกว่าจะเก่งกาจ แม้แนวทางนี้จะสร้างความผูกพันได้ดี แต่เมื่อมีผลงานแนวนี้ออกมาเกลื่อนตลาด ผู้ชมจึงเกิดความรู้สึกซ้ำซากจำเจ ซึ่งในความเป็นจริง การที่ฝึกนานก็เพื่อดึงให้หนังสือการ์ตูนขายได้เรื่อยๆ และช่วงฝึกฝนของการ์ตูนหลายเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อกว่าบทต่อสู้กับตัวร้าย
น่าสังเกตว่ามังงะแนวโชเน็นหลายเรื่อง ก็เริ่มเซ็ตให้พระเอกมีพลังแฝงแต่แรกมากขึ้น ลดเวลาการฝึกลง แพ้น้อยลง ทำเนื้อหาให้ลื่นไหลขึ้นเพื่อเข้ากับบริบทคนอ่านในยุคปัจจุบัน
ในยุคที่พฤติกรรมการเสพสื่อเปลี่ยนไป กลุ่มอายุผู้ชมก็สูงขึ้นเป็นอายุ 30-40 ปีขึ้นไปก็ไม่น้อย ผู้ชมต้องการความรวดเร็วและไม่อยากเสียเวลาไปกับช่วงการฝึกวิชาที่ยืดเยื้อ การที่ตัวเอกเก่งตั้งแต่ต้นเรื่องจึงตอบโจทย์ ความต้องการความสำเร็จรูป และตัดทอนความน่าเบื่อหน่ายของแพทเทิร์นเดิมๆ ออกไป
2. ยิ่งเก่ง ยิ่งโกง ยิ่งเป็นที่จดจำ
กลุ่มผู้ชมหลักของอนิเมะแนวนี้มักเป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วมักชื่นชอบและมีแนวโน้มที่จะเอาใจช่วยตัวละครที่มีความโดดเด่น การได้เห็นตัวเอกที่มีรูปลักษณ์เท่ห์และมีความสามารถเหนือกว่าผู้อื่นอย่างขาดลอย สร้างความรู้สึกประทับใจและจดจำได้ง่ายกว่าตัวละครที่มีความสามารถระดับธรรมดา อย่าง โล้นซ่าไซตามะ ดาบดำคิริโตะ หรือ เทพกาวทมิฬ
นอกจากนี้ ในเชิงจิตวิทยาการดูตัวละครที่เก่งกาจยังเป็นการเติมเต็มจินตนาการที่ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกปลดปล่อยและสนุกไปกับการเห็นตัวเอกเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ส่วนแนวพระเอกที่สู้ใครไม่ได้ พระเอกกากไม่มีพลังพิเศษเท่าตัวละครอื่น ถึงได้รับคำชมและคะแนนวิจารณ์ที่สูง แต่มักได้รับความสนใจน้อยกว่าผู้ชมส่วนใหญ่ จึงมีน้อยเรื่องที่ได้ทำต่อหลายภาค ยกเว้นจะขายเนื้อหาหรือมีตัวละครที่ดึงดูดพอ
3. ได้รับความนิยมตั้งแต่นิยาย
อนิเมะในยุคปัจจุบันจำนวนมากมีต้นฉบับมาจากไลท์โนเวล หรือนิยายบนเว็บ ซึ่งสื่อประเภทตัวหนังสือมีข้อจำกัดในการบรรยายฉากต่อสู้ที่ซับซ้อน หากผู้เขียนต้องพรรณนาท่วงท่าการต่อสู้ที่ยืดเยื้ออาจทำให้ผู้อ่านจินตนาการตามได้ยากและดำเนินเรื่องได้ช้า ทำให้การเซ็ตให้พระเอกเทพแต่แรกจะลดปัญหาได้มาก อีกทั้งคนดูพอใจที่ไม่ต้องเสียเวลาอ่านช่วงฝึกวิชา
เช่นเดียวกับนวนิยายจีน ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเน้นช่วงฝึกมากนัก หลายเรื่องถึงมีเหตุตกหน้าผาเจอคัมภีร์วิชาลับ หรือได้รับการถ่ายทอดลมปราณ เก่งในพริบตา เพื่อลดช่วงเวลาการฝึกลง นิยายจีนแนวกำลังภายในจีนยังมีความโกงอีกอย่าง คือ วิชากับวรยุทธ์ต่างๆ คนอ่านเข้าใจดีระดับหนึ่ง ทำให้พูดชื่อท่าก็ไม่ต้องอธิบายมาก สมองคนอ่านก็จินตนาการออกมาเป็นภาพได้โดยไม่ต้องอ่านหลายบรรทัด ซึ่งต่างจากนิยายแนวแฟนตาซีญี่ปุ่นที่ต้องอธิบายฉากสูักันแบบละเอียดทุกครั้ง
ดังนั้น การกำหนดให้ตัวเอกมีพลังระดับสูงที่สามารถจัดการศัตรูได้ในชั่วพริบตา จึงเป็นทางออกที่ช่วยลดภาระในการบรรยายฉากบู๊ และทำให้ผู้เขียนสามารถมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนเนื้อเรื่องหลัก ปมปริศนา หรือการสร้างโลกได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ผู้ชมได้รับความบันเทิงจากเนื้อหาที่กระชับและรวดเร็ว พอต้นฉบับนิยายได้รับความนิยมก็ได้เป็นอนิเมะ ซึ่งทำให้คนดูแต่อนิเมะขัดใจบ้าง แต่คนที่ชอบก็ไม่น้อยเช่นกัน
สรุป
หากมองย้อนกลับไป การมีตัวเอกที่เก่งกาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกภาพยนตร์ เพราะภาพยนตร์แอ็คชั่นตะวันตกมักใช้ตัวละครที่เป็นผู้ใหญ่และผ่านประสบการณ์โชกโชนเป็นตัวเดินเรื่องมานานแล้ว แต่เมื่อวัฒนธรรมการ์ตูนญี่ปุ่นเฟื่องฟู การใช้ตัวเอกที่เป็นเด็กและต้องค่อยๆ เติบโตได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้ชมคุ้นชิน จนกระทั่งยุคสมัยเปลี่ยน การกลับมาของ “ตัวเอกที่เก่งทันที” จึงกลายเป็นความแปลกใหม่ที่เข้ามาแทนที่ หากดูทั้งแนวโชเน็นและพระเอกเทพสลับกันไปก็ถือว่าแก้เบื่อได้
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายต่อไปของผู้สร้างสรรค์ผลงานคือ การหาจุดสมดุลระหว่างความเก่งกาจและความสนุก เพราะผู้ชมส่วนหนึ่งยังคงต้องการเห็น ความสูสีและการชิงไหวชิงพริบ มากกว่าการเห็นชัยชนะที่ได้มาง่ายเกินไป ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่วงการอนิเมะต้องปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการในยุคต่อไป










