ใครดูอนิเมะต่างโลก ? ทำไมยังมีอนิเมะแนวนี้มาเรื่อยๆ ?

ในแต่ละซีซันมีทีวีอนิเมะออกอากาศและฉายผ่านสตรีมมิงประมาณ 50–60 เรื่อง ซึ่งในบรรดาผลงานเหล่านี้ แนว “ต่างโลก” (Isekai) ถือเป็นขุมกำลังหลักเมื่อประเมินจากจำนวนเรื่องที่ออกอากาศ

ทว่าเมื่อเทียบกับปริมาณที่ผลิตออกมา กลับดูเหมือนว่ามีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย ด้วยเหตุนี้จึงมักเกิดคำถามที่ว่า “ใครกันแน่ที่ดูอนิเมะแนวต่างโลก?” หรือในทางกลับกัน อนิเมะแนวนี้นักถูกพูดถึงในแง่ลบเสียมากกว่า เช่น “อนิเมะต่างโลกมีเยอะเกินไปแล้ว”

แต่ในความเป็นจริง อนิเมะแนวต่างโลกก็ยังคงถูกสร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีผู้ชมในเกณฑ์ที่ดีเสมอ สามารถอยู่รอดได้ในเชิงธุรกิจ แม้จะเป็นเรื่องทุนต่ำก็ตาม

อนิเมะต่างโลกที่มีคนซุ่มดูอยู่อย่างเงียบๆ

หากไปดูการจัดอันดับความนิยมบน d Anime Store (ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิงอนิเมะชั้นนำ จะพบว่ามีอนิเมะแนวต่างโลกจำนวนมากติดอันดับต้นๆ ในบางครั้งมาแรงกว่าเรื่องที่คนพูดถึงในโซเชียลทุกสัปดาห์เสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้น มันอาจเรียกได้ว่าเป็นแนวที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนแพลตฟอร์มนี้เลยทีเดียว แม้ว่าการจัดอันดับยอดผู้ชมบน Netflix มักจะเป็นผลงานยอดฮิตที่ดัดแปลงมาจากมังงะเสียส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้กลับไม่ใช่เทรนด์ที่พบได้แค่บน d Anime Store เท่านั้น ทว่าบนแพลตฟอร์ม U-NEXT เองก็มีแนวโน้มที่คล้ายคลึงกันในระดับหนึ่ง

สำหรับในไทย อาจพอเช็คตัวเลขคร่าวๆ ได้ทาง Bilibili ถึงเป็นยอดรวมหลายประเทศ (ไม่รวม Bilibili ในจีน) แต่ก็พอเห็นความแตกต่างบ้าง ว่าแนวแฟนตาซีที่่ไม่มีกระแสในโซเชียลก็ยังมีคนดูเยอะกว่าหลายเรื่องที่เป็นกระแสเสียอีก

bilibili 2026

แล้วในตลาดต่างประเทศล่ะเป็นอย่างไร? ตามที่ระบุไว้ใน ‘รายงานอุตสาหกรรมอนิเมะ’ (โดยสมาคมแอนิเมชันญี่ปุ่น) ขนาดตลาดในต่างประเทศของอนิเมะญี่ปุ่นนั้นได้แซงหน้าตลาดในประเทศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสมรภูมิหลักของธุรกิจนี้ก็กำลังย้ายไปอยู่โพ้นทะเล

ประเด็นเรื่องปริมาณและทิศทางของอนิเมะต่างโลกมักจะถูกนำมาถกเถียงกันในหมู่แฟนๆ อนิเมะชาวต่างชาติเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นหัวข้อที่คล้ายกับบทความบนอินเทอร์เน็ตหรือการพูดคุยบนโซเชียลในญี่ปุ่น แต่ถึงกระนั้น อนิเมะแนวต่างโลกก็ยังมีฐานคนดูที่สม่ำเสมอในต่างประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย

ในช่วงหลังมานี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่าต้นทุนการผลิตทีวีอนิเมะมีแนวโน้มที่จะแบ่งแยกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน (ทุนหนาและทุนต่ำ) แต่อนิเมะแนวต่างโลกส่วนใหญ่มักจะใช้ทุนสร้างที่ค่อนข้างไม่สูงนัก

แน่นอนว่าผลงานอย่าง Solo Leveling, เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ, ผู้กล้าโทษประหาร อาจถือเป็นข้อยกเว้นที่ใช้ทุนสร้างสูง

แนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นในปี 2026 ขึ้นไป

หลายสำนักพิมพ์ได้กำไรดี อย่างสำนักพิมพ์ไลท์โนเวลและมังงะที่เด่นแนวแฟนตาซีต่างโลกอย่าง TO Books ถึงขั้นประกาศเรื่องกำไรในช่วงต้นปีแรกของ 2026 ว่ากำไรดีเกินคาด ส่วนหนึ่งมาจากอนิเมะช่วงปี 2025 อย่าง จอมเวทวารี, ขุนนางหมูขาวขอใช้ความทรงจำชาติก่อนเลี้ยงดูน้องชายลูกเจี๊ยบ แล้วยังประกาศอนิเมะประมาณ 5 เรื่องในช่วงปลายปี 2025-2026 ที่เตรียมฉาย รวมถึงเรื่องนำทัพอย่าง การปฏิวัติของสาวน้อยหนอนหนังสือ ซีซั่น 4 ที่ได้สตูดิโอเด่นอย่าง Wit Studio มาดูแล แล้วยังให้ฉายช่วงเย็น (อนิเมะกว่า 90% จะฉายช่วงดึกในญี่ปุ่น เพื่อลดต้นทุน) สะท้อนถึงความสำเร็จ (ที่มา: Yahoo JP)

ยังไม่รวมสนพ. อีกเจ้าอย่าง AlphaPolis ที่ส่งแนวแฟนตาซีกับต่างโลกมาต่อเนื่อง กำหนดฉายตั้งแต่ปี 2026 ส่วนหนึ่งก็เคยประสบความสำเร็จสูงจากเรื่อง จันทรานำพาสู่ต่างโลก (เรื่องแรกๆ คือ เกท หน่วยรบทะลุมิติ แต่ยังไม่ใช่ยุคขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ)

ว่ากันว่าเนื่องจากแนวต่างโลกได้รับความนิยมอย่างคงที่ ดังนั้นต่อให้เสียงวิจารณ์ของผลงานในแต่ละเรื่องจะออกมาไม่ดีนัก แต่ในแง่ของผลประกอบการก็ยังมีแนวโน้มที่จะทำได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับอนิเมะแนวอื่นๆ การที่แนวนี้ถูกประเมินว่าเป็นประเภทที่สามารถก้าวข้าม “จุดคุ้มทุน” ขั้นต่ำได้ง่าย โดยอาศัยการรักษากลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการอย่างเหนียวแน่น แม้ว่าตัวอนิเมะจะไม่ได้มีงานภาพที่โดดเด่นตระการตาหรือเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครก็ตาม จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก

Isekai Fantasy ขายดีเสมอ

ที่มา: Yahoo (Real Sound), ANN