เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2025 มีคลิปสัมภาษณ์คุณ คุณริวทาโร่ อิจิมูระ อดีตโปรดิวเซอร์คนสำคัญของเกมซีรีส์ Dragon Quest ที่ Square Enix ซึ่งในปี 2023 ได้ออกมาตั้งบริษัทของตัวเองชื่อว่า PinCool ผ่านสื่อ ReHacQ น่าสนใจตรงที่มีการพูดถึงเรื่องผลกำไรและขาดทุนจากอนิเมะ Dragon Quest ที่ใช้เงินเฉพาะส่วนอนิเมะ 5 พันล้านเยน และทั้งโปรเจกต์ขาดทุนไปกว่า 4 พันล้านเยน
ต้นทุนอนิเมะต่อตอน ที่ 50 ล้านเยน (11 ล้านบาท)
Dai no Daibouken ชื่อไทย ได ตะลุยแดนเวทมนตร์ หรือ ดราก้อนเควสท์ การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของได ผลิตโดย Toei Animation เป็นอนิเมะภาครีเมคเริ่มในปี 2020 รวม 100 ตอน (คลิปปี 2025 แต่อนิเมะฉายตั้งแต่ปี 2020)
ซึ่งเท่ากับว่า ทีวีอนิเมะในปี 2020 จำนวน 1 ตอน จะมีต้นทุนที่ 50 ล้านเยน หรือ ประมาณ 11 ล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2025)
ย้อนไปในปี 2015 เคยมีการเผยตัวเลขคร่าวๆ ในการผลิตอนิเมะว่า ใช้งบประมาณ 250 ล้านเยน สำหรับอนิเมะเพียง 13 ตอน หรือเฉลี่ยเพียงไม่ถึงตอนละ 20 ล้านเยน ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าดำเนินอื่นในการผลิต เป็นเพียงตัวเลขคร่าวๆ เท่านั้น
หมายเหตุ: ต้นทุนแตกต่างกันตามเรื่องที่ผลิต ตามคุณภาพ อาจเพิ่มหรือลดได้
ไฮไลท์ของการสัมภาษณ์
นาทีที่ 27:37 ในคลิป (Edit: คลิปถูกปิดไป Link)
ผู้สัมภาษณ์: โปรเจกต์นี้ขาดทุนไปประมาณเท่าไหร่ครับ?
อดีตโปรดิวเซอร์: ขาดทุนประมาณ 4 พันล้านเยนครับ… สุดท้ายก็โดนประธานบริษัทในตอนนั้นบอกว่า “พอได้แล้ว เลิกเถอะ” โปรเจกต์ก็เลยต้องจบลง ตามแผนเดิม เรามีการพัฒนาเกมเวอร์ชัน RPG ของเครื่อง 3DS ไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งทั้งหมดนั่นก็ถูกปล่อยออกมา แต่ก็ขายไม่ดีเลยสักอย่าง รวมๆ แล้วก็เลยขาดทุนไปประมาณ 4 พันล้านเยนครับ
นาทีที่ 35.48 ในคลิป
ผู้สัมภาษณ์: แล้วโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จไหมครับ?
อดีตโปรดิวเซอร์: ไม่ประสบความสำเร็จครับ… เสียงตอบรับของอนิเมะผมว่าดีมากเลยนะครับ เพราะตั้งแต่ช่วงกลางๆ เรื่องไป ภาพก็สวยขึ้นมาก
ผู้สัมภาษณ์: แต่ความสำเร็จนั้นไม่ได้ส่งผลมาถึงตัวเกมเลยสินะครับ
อดีตโปรดิวเซอร์: ครับ มันมีบางอย่างที่ไม่ดีน่ะครับ แต่ผมก็คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคุณภาพของเกมมันไม่ดีด้วยนั่นแหละครับ ตอนท้ายๆ อนิเมะทำออกมาดีนะ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ไปถึงจุดที่เรตติ้งหรือกระแสของอนิเมะจะส่งผลให้ของเล่นขายดีขึ้นมาได้
ใช้งบไปประมาณ 5 พันล้านเยนได้มั้งครับ นั่นเฉพาะค่าทำอนิเมะอย่างเดียวนะครับ แล้วก็ต้องมาทำเกมต่ออีก
ผู้สัมภาษณ์: แบบนี้ก็คืนทุนไม่ได้สิครับ
ความฝันในวัยเด็กสู่ภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ
คุณอิจิมูระเล่าว่าโปรเจกต์นี้เป็นเหมือน “การเติมเต็มความปรารถนาในวัยเด็ก” ของเขา เขาเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กและรู้สึกผิดหวังอย่างมากที่อนิเมะเวอร์ชันเก่าในปี 1991 ถูกตัดจบกลางคันไปก่อนที่จะเล่าเรื่องราวได้ทั้งหมด เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ “น่าเสียดาย” และ “ไม่ถูกต้อง” ที่ผลงานระดับมาสเตอร์พีซเช่นนี้ไม่มีอนิเมะที่สมบูรณ์
เมื่อเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นโปรดิวเซอร์ของซีรีส์ Dragon Quest การผลักดันให้ Dai no Daibouken ถูกสร้างขึ้นใหม่จนจบสมบูรณ์จึงกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา
การต่อสู้เพื่อให้ได้สร้าง 100 ตอน และงบประมาณ 5 พันล้านเยน
ประเด็นเรื่องจำนวนตอนและการลงทุนเป็นส่วนที่สำคัญมาก
ยืนกรานต้องสร้าง 100 ตอน
ในตอนแรกที่เสนอโปรเจกต์ หลายฝ่ายเสนอให้สร้างอนิเมะแค่ประมาณ 13 ตอน หรือ 1 ซีซั่นตามสมัยนิยม เพื่อลดความเสี่ยง แต่คุณอิจิมูระ ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าต้องสร้างทั้งหมด 100 ตอน เพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดของมังงะตั้งแต่ต้นจนจบ เขาให้เหตุผลว่า “ถ้าไม่ทำจนจบ ก็ไม่มีความหมายที่จะทำ”
ที่มาของงบ 5 พันล้านเยน
การตัดสินใจสร้างอนิเมะความยาว 100 ตอน ทำให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล เขากล่าวว่ามันเป็นโปรเจกต์ที่ใช้เงินทุนสูงถึง 5 พันล้านเยน (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับอนิเมะทีวีซีรีส์ในยุคนั้น แต่ด้วยความสำเร็จจากเกมมือถือ Hoshi no Dragon Quest ที่เขาเป็นโปรดิวเซอร์และทำรายได้มหาศาล ทำให้เขามีอำนาจในการต่อรองและสามารถผลักดันให้โปรเจกต์นี้ได้รับอนุมัติงบประมาณตามที่ต้องการได้สำเร็จ
* ก่อนออกจาก SQEN ทำงานมา 20 ปี และประสบความสำเร็จอย่างสูงกับเกมมือถือ Hoshi no Dragon Quest ที่ทำรายได้กว่า 8 หมื่นล้านเยน
ความรับผิดชอบและความกดดัน
เขายอมรับว่ามันเป็นความท้าทายและความกดดันอย่างมหาศาล การอนุมัติโปรเจกต์ใหญ่ขนาดนี้เปรียบเสมือนการเอาหน้าที่การงานของตัวเองเป็นเดิมพัน แต่เขาก็พร้อมที่จะเสี่ยงเพื่อทำให้ความฝันของตัวเองและแฟนๆ ทั่วโลกเป็นจริง
คุณอิจิมูระได้แสดงให้เห็นถึง ความรักและความหลงใหล ที่เขามีต่อ Dai no Daibouken อย่างแท้จริง การที่เขาสามารถผลักดันโปรเจกต์ที่ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก ทั้งในแง่ของความยาวและงบประมาณให้สำเร็จลุล่วงได้นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการทำเพื่อธุรกิจ แต่ยังเป็นการ “แก้ปมในใจ” จากวัยเด็กและมอบของขวัญที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับแฟนๆ ของได ตะลุยแดนเวทมนตร์ทั่วโลก









