5 เหตุผลที่คุณควรดูการ์ตูน Black Clover

    แบล็คโคลเวอร์ เป็นการ์ตูนที่มีมังงะปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2015 และได้เป็นอนิเมะเรื่องยาวตั้งแต่ปี 2017 กระแสไม่ได้แรงมาก ต่างจากรุ่นพี่แนวเดียวกันอย่าง นารูโตะ หรือ บลีซ แต่กลายเป็นกระแส เป็นที่พูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเชื่อว่าคนที่ไม่เคยดู หรือเคยเลิกดูไปตั้งแต่ตอนแรก ๆ อาจมีคำถามคาใจว่า ทำไมถึงกระแสดี ลองมาดูเหตุผลที่ควรดูการ์ตูน Black Clover ทั้งภาคมังงะและอนิเมะกัน

    1. สนุกขึ้นทุกตอน

    สิ่งที่ทำให้แบล็คโคลเวอร์กระแสไม่ดีเท่าที่ควร เป็นเพราะพล็อตเรื่องเริ่มต้นดูเหมือนการ์ตูนยุค 90 มาก เช่น พระเอกใช้เวทไม่ได้ ตั้งเป้าหมายสูงเกินจริง มีคู่แข่งมีพรสวรรค์ ได้อยู่ในหน่วยกระทิงดำที่มีแต่คนนิสัยแปลก ฯลฯ ทำให้คนที่เคยดูแนวนี้มาก่อน จะคิดว่าเหมือนกับการ์ตูนเก่าที่เคยดู จึงไม่ได้ติดตามทุกสัปดาห์

    เหตุผลที่พล็อตแนวยุค 90 ได้รับความนิยมในการนำมาทำการ์ตูนแนวแอ็คชั่น/แฟนตาซี เพราะมีลักษณะของการปูโครงสร้างของโลกที่ซับซ้อน มีสภาพแวดล้อม สังคม วัฒนธรรมเฉพาะตัว แนะนำตัวละครนิสัยแตกต่างกัน ให้คนดูรู้สึกผูกพันกับตัวละครก่อน แล้วจึงค่อยเพิ่มเหตุการณ์สนุก ๆ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ของตัวละครเข้าไป เพิ่มความซับซ้อนและเข้มข้นตามลำดับ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความสนุกจะเพิ่มแบบทวีคูณ คนดูจะสนุกกับเนื้อหาที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เหมือนเส้นกราฟที่ชันขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าการ์ตูนที่ค่อย ๆ ดำเนินเรื่องแบบนี้จะประสบความสำเร็จไปหมดทุกเรื่อง บ่อยครั้งเดินเส้นเรื่องไปผิดทาง โดนตัดจบไปก่อนถึงช่วงสนุก ทำให้เป็นแนวที่เห็นยากมากในปัจจุบัน

    แบล็คโคลเวอร์เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ผ่านการปูพล็อตช่วงแรกมาได้ และมีความสนุกมากขึ้นในช่วงหลัง การที่ยังผลิตต่อได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งมังงะที่ขายดี และอนิเมะที่ฉายมา 3 ปีไม่หยุด น่าจะเป็นสิ่งที่การันตีได้เป็นอย่างดีว่า การ์ตูนเรื่องนี้คุ้มค่าที่จะติดตาม

    2. ผจญภัยในโลกเวทมนตร์ที่แตกต่าง

    ความจริงมังงะแนวนี้ในญี่ปุ่นมีให้เลือกอ่านเป็นร้อยเรื่อง แต่ที่ปังจริง ๆ จนได้ผลิตเป็นอนิเมะมีแบบนับนิ้วได้ ยิ่งถ้านับแนวที่สู้กันด้วยพลังเวทมนตร์ ยิ่งเห็นได้ไม่บ่อยนักในยุคนี้

    ถ้าดูการ์ตูน Black Clover ไปหลายๆ ตอน จะเห็นความแตกต่างของวิธีการดำเนินเรื่องที่ไม่ค่อยเหมือนเรื่องอื่น สมดุลระหว่างเนื้อเรื่อง ฉากต่อสู้ บทบาทตัวละครหลัก ตัวละครรอง ความขัดแย้งระหว่างชนชั้น สงครามที่เกิดบ่อยครั้ง พร้อมกับศัตรูใหม่ที่ปรากฎตัวเรื่อย ๆ ผสมออกมาได้อย่างลงตัว ปริศนาที่ไม่กล่าวถึงในต้นเรื่องจะค่อยเผยทีละนิด จนคุณเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น ผสมผสานกับฉากสู้ด้วยเวทมนตร์สุดมันส์

    3. การพัฒนาของตัวเอกน่าสนใจ

    ถึงแอสต้าจะเป็นตัวละครที่ดู โวยวายเป็นหลัก ทำตัวไร้เหตุผล เพ้อฝันอยากเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์ทั้งที่ใช้เวทไม่เป็น ทำตัวซื่อ ๆ เรียกได้ว่านิสัยไม่ต่างจากพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม หลังดูไปสักพัก คุณจะเริ่มชินกับนิสัยของพระเอก ได้เห็นการผ่านอุปสรรค ช่วยเหลือผู้คน และได้พบกับโลกความเป็นจริงที่โหดร้ายกว่าช่วงแรก คุณจะเริ่มชอบตัวละครมากขึ้นเป็นลำดับ ตัวละครเติบโตได้อย่างน่าติดตาม ทั้งด้านความรู้สึกและฝีมือ ในที่สุดคุณอาจจะชอบแอสต้ามากขึ้นก็ได้

    4. ความสัมพันธ์ตัวละครน่าติดตาม

    ตัวละครที่มีบทในเรื่องเยอะมาก แค่หน่วยกระทิงดำก็หลักสิบคนแล้ว ยังมีหน่วยอื่น ๆ ตัวละครใหม่ และพวกผู้ร้ายอีกมากมาย จนจำชื่อกันไม่หวาดไม่ไหว

    แต่ในความเป็นจริง นิสัยตัวละครทุกตัวมีเอกลักษณ์ จดจำได้ไม่ยาก และมีความสัมพันธ์ที่น่าสนใจมาก พร้อมพลังแฝงที่คุณอาจคาดไม่ถึง ทำให้สนุกไปกับบทของตัวละครรองที่สอดแทรกเข้ามาในเรื่องเรื่อย ๆ

    5. ฉากต่อสู้มันส์

    สิ่งที่สำคัญสุดของแนวต่อสู้/ผจญภัย ก็คงจะต้องเป็นเรื่องฉากต่อสู้ ซึ่งแบล็คโคลเวอร์ทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะแบบแอนิเมชันภาพเคลื่อนไหว ซึ่งสื่อให้เห็นภาพได้ดีกว่าฉบับมังงะ แม้ว่าในตอนแรก ๆ จะยังไม่ค่อยมีฉากสู้ แต่ถ้าดูการ์ตูน Black Clover ไปสักพัก จะเริ่มเห็นฉากสุดมันส์ออกมาเรื่อย ๆ และจะได้เห็นบ่อยขึ้นในช่วงตอนที่ 20 ขึ้นไป แถมจะสนุกยิ่งขึ้นไปอีกหลังตัวละครมีการพัฒนาจากเดิม มีเวทและความสามารถใหม่ พร้อมศัตรูคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง

    อีกจุดที่ทำให้น่าสนใจ คือ การต่อสู้เป็นแนวเวทมนตร์ แฟนตาซี ที่มีการพลิกแพลงตามสถานการณ์ ต่างจากแนวสู้ด้วยพลังพิเศษที่เห็นกันบ่อย ๆ ซึ่งช่วงแรกยังดูไม่ซับซ้อน แต่จะเริ่มอลังการงานสร้างขึ้นในตอนหลัง ๆ ยิ่งเป็นอนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหว มีสีสัน มีเสียงพากย์ไทยประกอบ ทำให้รู้สึกเร้าใจกับเนื้อหามากขึ้น

    ถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าควรติดตามมังงะหรืออนิเมะดี? เรื่องความอาร์ตของภาพ มังงะอาจทำได้ดีกว่า แต่อนิเมะเองก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่แย่ (เมื่อเทียบกับอนิเมะที่ฉายหลักร้อยตอนเหมือนกัน) และดำเนินเรื่องได้เร็ว จนไล่ตามมังงะได้ทันอย่างรวดเร็ว ทั้งยังได้ดูแบบภาพเคลื่อนไหว มีเสียงประกอบ  มีการเติมรายละเอียดที่ไม่มีในมังงะเข้ามาบ้าง และที่สำคัญ คือ มีพากย์ไทยใน TrueID ทำให้หาดูได้ไม่ยาก

    สำหรับคนที่ยังลังเลว่าจะซื้อฉบับมังงะมีลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์ Siam Inter Comics มาดีไหม เพราะออกมาราว ๆ 20 กว่าเล่มแล้ว ลองติดตามรับชมดูการ์ตูน Black Clover แบบอนิเมะกันก่อนค่อยตัดสินใจก็ได้ มีพากย์ไทย ผ่าน TrueID ได้ที่ตามลิงก์นี้ครับ : https://trueid.onelink.me/14Ip/5bebdfd0