5 เหตุผลที่ทำให้อนิเมะ Dr. Stone คุณภาพโดดเด่นไม่เหมือนใคร

    ถึงแม้ว่าความเจริญด้านเทคโนโลยีการผลิตแอนิเมชัน จะทำให้ภาพอนิเมะสวยสมจริงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ด้วยความซับซ้อนในการผลิตที่มีบุคลากรเข้ามาเกี่ยวข้องนับร้อยคน ทำให้คุณภาพของผลงานที่ผลิตออกมาในแต่ละปีถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับ ทั้งระดับขึ้นหิ้ง ระดับพอดูได้ หรือทำออกมาแย่จนเหมือนเอาคนไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนั้นมาผลิต จึงไม่ใช่ว่าทุกเรื่องที่ได้เป็นอนิเมะแล้ว ผลงานจะออกมาดีเสมอไป

    หนึ่งในเรื่องที่ประสบความสำเร็จสูงในปีก่อน คือ Dr.stone ที่ได้รับคำชมและเสียงวิจารณ์ไปในทางที่ดีมาก หาชมในไทยได้หลายช่องทาง มีอนิเมะซับไทยทุกตอน เหตุผลสำคัญที่ผลงานออกมาดี เพราะมีทีมงานหลักที่มีประสบการณ์ในวงการ ใส่ใจในทุกรายละเอียด เคยมีคลิปเบื้องหลังการผลิต ให้ชมขั้นตอนการผลิตความยาวเกือบ 26 นาที ผมขอสรุป 5 ประเด็นหลัก ๆ ที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพได้ขนาดนี้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

    1. ความตั้งใจที่จะสร้างผลงานให้ดีเทียบเท่าต้นฉบับเดิม

    ตั้งแต่สมัยก่อน มังงะที่วาดโดยนักเขียนที่มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ หรือมีการวาดพื้นหลังแบบละเอียดเกินไป มักมีโอกาสที่จะไม่ได้ถูกทำเป็นอนิเมะ เพราะความยากในการผลิตไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป หรือต่อให้ถูกนำมาผลิต ก็อาจทำออกมาแย่กว่าต้นฉบับเดิมจนเกิดเสียงวิจารณ์ในทางลบได้ ซึ่งมังงะด๊อกเตอร์สโตน ถือเป็นเรื่องที่ลายเส้นสวยมากอีกเรื่องหนึ่ง ตัวละครมีลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ องค์ประกอบภาพเก็บรายละเอียดไว้ได้อย่างครบถ้วน ภาพแต่ละช่องสวยระดับงานศิลปะ โอกาสที่จะได้สร้างอนิเมะแล้วคงคุณภาพงานไว้ได้ดีแบบนี้ จึงเป็นเรื่องยากมาก

    โชคดีที่ภาคอนิเมะถูกสร้างโดยสตูดิโอที่มีประสบการณ์ผลิตอนิเมะจากมังงะมาหลายปีแล้ว จึงสามารถทำตามต้นฉบับได้ดีมากในระดับที่น่าพอใจ มีการคัดเลือกทีมงานที่มีประสบการณ์ในวงการอนิเมะมาหลายปี ทุกคนต้องดูการ์ตูนมาก่อน และประชุมร่วมกัน มีการคุมคุณภาพ ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับเดิม ภาพที่เก็บครบทุกรายละเอียดให้คล้ายกับมังงะที่สุด แล้วยังเพิ่มฉากเคลื่อนไหว มุมมอง ที่สอดคล้องกับต้นฉบับเดิม โทนสีสันของภาพที่สมจริง มีความตั้งใจที่จะรักษาคุณภาพงานให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับดั้งเดิม ทำให้เรื่อง Dr.stone ดูแตกต่างจากเรื่องอื่นอย่างชัดเจน

    1. ใช้ภาพเคลื่อนไหวเป็นจุดเด่นที่แตกต่าง

    ลักษณะการเล่าเรื่องของมังงะ จะใช้ภาพนิ่งพร้อมข้อความบรรยายเรื่องราวให้คนที่ดูการ์ตูนเกิดจินตนาการ สร้างภาพเคลื่อนไหว ฉากต่อสู้ เสียงตัวละคร เสียงประกอบขึ้นมาในสมองด้วยตัวเอง เป็นจุดที่แตกต่างจากอนิเมะซึ่งแสดงภาพเคลื่อนไหวให้ผู้ชมเห็นโดยไม่อาศัยจิตนาการ จึงไม่สามารถใช้ภาพนิ่งบ่อยเกินไปได้ เพราะทำให้ความน่าติดตามลดลงไปมาก ทีมงานที่มีฝีมือจึงมักจะคิดภาพแบบกว้าง ๆ ว่าควรเลือกใช้ภาพเคลื่อนไหวอย่างไรจึงจะออกมาดูดี และควรเลือกเพลงประกอบอย่างไร จึงจะทำให้ฉากดูมีเสน่ห์ มนต์ขลัง ดูมีพลังมากที่สุด สร้างความรู้สึกที่แตกต่างจากการอ่านมังงะที่เป็นภาพขาวดำ

    1. ฉากสะท้อนอารมณ์ตัวละคร

    สิ่งที่ทำให้ภาพมังงะดูหนักแน่นมาก คือ ความรู้สึกของตัวละครที่ถ่ายทอดออกมา ไม่ว่าจะช่วงมีความสุข ดีใจ ตลก ทุกข์ ซึ้ง เศร้า ที่แสดงออกมาอย่างเด่นชัด จนคนอ่านการ์ตูนรู้สึกคล้อยตามร่วมไปกับตัวละครราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในเรื่อง ด้านอนิเมะก็ใส่ใจในรายละเอียดจุดนี้เช่นกัน ให้ความสำคัญกับฉากสำคัญทุกฉาก สื่อความรู้สึกตัวละครออกมาอย่างเด่นชัด ทั้งองค์ประกอบภาพ แสง เสียง ให้คล้ายต้นฉบับมากที่สุด จนคนดูไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างมังงะและอนิเมะ

    1. เนรมิตฉากพื้นหลังให้ดูมีมิติสมจริง

    ฉากพื้นหลังมีความสำคัญไม่แพ้ตัวละคร ซึ่งการลงรายละเอียดของสภาพแวดล้อมในโลกอนาคตในอีก 3,700 ปี ข้างหน้า มีซากอารยธรรมในอดีตถูกปกคลุมไปด้วยป่าทึบแล้วยังต้องมีสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในเกือบทุกตอน รวมถึงต้องลงรายละเอียดของภาพให้สมจริงในทุกมุมมอง ทำให้ต้องใช้กำลังคนในการวาดมากกว่าผู้ช่วยนักเขียนมังงะหลายเท่า กว่าจะเนรมิตฉากออกมาได้ ซึ่งทีมงานผู้ผลิตอนิเมะได้มีการวางแผนในการผลิตเป็นอย่างดี ดีไซน์ทุกฉากออกมาได้คล้ายกับต้นฉบับเดิม จนเหมือนถ่ายภาพมาจากสถานที่จริง

    1. ทดลองด้วยตัวเอง เพื่อความสมจริงในอนิเมะ

    จุดเด่นของเรื่องด๊อกเตอร์สโตน คือ การสร้างสิ่งประดิษฐ์มากมายขึ้นมาในยุคที่ไม่มีความเจริญด้านเทคโนโลยี โดยใช้ความรู้และหลักการด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งในหนังสือการ์ตูนอาจใช้ภาพอธิบายที่ดูง่าย แต่งานอนิเมะมีความซับซ้อนมากกว่า ทั้งต้องสร้างภาพเคลื่อนไหวในระหว่างการผลิตสิ่งของ เสียงประกอบระหว่างการผลิต ทำให้ทีมงานอนิเมะต้องไปศึกษา หาข้อมูลอ้างอิง เพื่อให้รายละเอียดทุกขั้นตอนออกมาสมจริงมากที่สุด อย่างตอนทุบเปลือกหอยเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบ ก็ต้องศึกษาลักษณะการแตกละเอียดของเปลือกหอยระหว่างการทุบ หรือ การสร้างขวดแก้ว ก็ลองไปทำด้วยตัวเองจากสถานที่จริง จนได้ขวดแก้วของจริง เพื่อนำประสบการณ์มาถ่ายทอดลงในอนิเมะ ให้ผู้ชมรู้สึกสมจริงมากที่สุด

    จากเหตุผล 5 ข้อ คงไม่แปลกที่ด๊อกเตอร์สโตนจะเป็นอนิเมะประสบความสำเร็จสูงมากเรื่องหนึ่งในยุคนี้ กระแสตอบรับดีจนต้องมี Dr.stone ภาค 2 ต่อ โดยจะเริ่มฉายในญี่ปุ่นช่วงต้นปี พ.ศ. 2564 ส่วนในบ้านเรายังไงก็คงมีอนิเมะซับไทยแน่นอน สำหรับคนที่สนใจภาคแรก ดูการ์ตูนซับไทยได้ฟรีที่เว็บไซต์ https://trueid.onelink.me/14Ip/DrStone เพียงแค่ล็อกอินหรือสมัครสมาชิกด้วยเบอร์โทรศัพท์ก็สามารถดูได้ทันที