เบื้องหลังยุคทอง ทุนสูงของอนิเมะยุค 1980

หากกล่าวถึงประเทศญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษ 1980 ในมุมมองของแฟนการ์ตูน ย่อมหมายถึงยุคทองที่เต็มไปด้วยผลงานระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของ ฮายาโอะ มิยาซากิ การครองเมืองของอนิเมะแนวหุ่นยนต์ อย่าง Gundam, Macross หรือ Votoms รวมถึงการกำเนิดของตลาดโฮมวิดีโอที่เปิดโอกาสให้ผู้สร้างได้ทดลองแนวทางใหม่ๆ แต่ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ช่วงเวลานี้คือยุคที่ญี่ปุ่นกำลังก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อเม็ดเงินมหาศาลในอุตสาหกรรมแอนิเมชัน

อิทธิพลของเศรษฐกิจฟองสบู่ต่อการลงทุน

ในช่วงเวลานั้น ญี่ปุ่นอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจเฟื่องฟูอย่างถึงขีดสุด ภาคการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด ค่าเงินเยนที่แข็งค่าทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นแหล่งผลิตที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูงขึ้น ภาคธุรกิจและนักลงทุนมีสภาพคล่องทางการเงินล้นเหลือจนเกินความจำเป็น และเมื่อมีเงินทุนมหาศาล การแสวงหาแหล่งลงทุนใหม่ๆ จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและขาดความระมัดระวัง

อนิเมะในฐานะเป้าหมายการลงทุนที่ฟุ่มเฟือย

อุตสาหกรรมอนิเมะกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการลงทุนที่ไร้ทิศทางในช่วงเวลานั้น บริษัทผลิตของเล่นต่างทุ่มงบประมาณไม่อั้นเพื่อเป็นสปอนเซอร์ให้กับการสร้างอนิเมะ โดยมีจุดประสงค์หลักเพียงเพื่อขายสินค้า โดยไม่ได้คำนึงถึงเนื้อหาภายในมากนัก ส่งผลให้ผู้สร้างได้รับอิสระทางความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ สามารถนำเสนอเนื้อหาที่มืดหม่นหรือซับซ้อนได้ ตราบใดที่ยังมีหุ่นยนต์ของสปอนเซอร์ปรากฏอยู่ในฉาก

ความกล้าได้กล้าเสียยังสะท้อนผ่านการอนุมัติสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Akira หรือ Royal Space Force: The Wings of Honneamise ซึ่งใช้ทุนสร้างมหาศาลโดยไม่มีแผนธุรกิจที่ชัดเจนว่าจะคืนทุนได้อย่างไร โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดต่างประเทศยังไม่ได้ให้ความสนใจอนิเมะญี่ปุ่นมากนัก

การเติบโตของตลาด OVA และโฮมวิดีโอ

การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่อย่าง VHS และ Laserdisc ทำให้เกิดความต้องการคอนเทนต์จำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดโฮมวิดีโอ (OVA) บริษัทใหม่ๆ จำนวนมากกระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้และว่าจ้างบุคลากรรุ่นใหม่ไฟแรงที่เพิ่งจบการศึกษา เนื่องจากบุคลากรชั้นนำต่างติดพันกับงานภาพยนตร์และทีวีซีรีส์ แม้ว่าจะทำให้เกิดผลงานคุณภาพต่ำออกมาปะปนในตลาดจำนวนมาก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเม็ดเงินที่สะพัดนี้ได้เปิดโอกาสให้เกิดผลงานทดลองที่แปลกใหม่และมีความเฉพาะตัวสูง

จุดจบของยุคแห่งความฟุ่มเฟือย

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่า “ทศวรรษที่สูญหาย” (Lost Decade) บริษัทจำนวนมากปิดตัวลง ส่งผลให้อุตสาหกรรมอนิเมะต้องรัดเข็มขัด งบประมาณการผลิตที่เคยมีอย่างไม่จำกัดได้กลายเป็นเพียงตำนาน และรูปแบบการทุ่มทุนสร้างในลักษณะดังกล่าวก็แทบไม่เกิดขึ้นอีกเลยในยุคต่อมา มีการจำกัดงบมากขึ้น จนส่งผลต่อปัญหาในการผลิตภายหลัง

ถึงจุดนี้ อาจพอเข้าใจเหตุผลแล้วว่าทำไมหลายประเทศผลิตอนิเมะแบบญี่ปุ่นได้ยาก เพราะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ต้องอาศัยการลงทุนจากนายทุนรายใหญ่ อย่างในจีนหรือเกาหลีใต้ที่มีแหล่งเงินทุนจากเกมอยู่บ้าง

ยุคทองอนิเมะปี 1980-1989ที่มา: ANN