สตูดิโออนิเมะขาดทุนบ่อยๆ จะปิดตัวหรือไม่ ?

ยอดขายแผ่นบลูเรย์และดีวีดี ไม่ใช่เหตุผลตรงๆ ที่ทำให้เกิดปัญหา เพราะการผลิตอนิเมะเป็นการประสานงานหลายหน่วยงานด้วยกัน ฝั่งสตูดิโอผลิตในงบที่จัดสรรไว้ก้อนหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งไปบริหารงานกันภายในสตูดิโอ อย่าง จ้างอนิเมเตอร์เพิ่มและทีมงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าบริหารเงินส่วนนี้ไม่แย่เกินไป ไม่ควรจะขาดทุน หรือ ถ้างบน้อยเกินไป ฝั่งผู้กำกับ ควรปฏิเสธไม่รับงาน

สตูดิโอแค่รับจ้าง

ลองดูผังแบบง่ายๆ ส่วนที่วงไว้เป็นสตูดิโอส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ได้รับงานมาโดยตรง

anime business studios 1

เรื่องยอดขายแผ่นบลูเรย์และดีวีดี เป็น”เหตุผลอ้อมๆ” เพราะถือเป็นรายได้ทางหนึ่งทางสตูดิโอเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในทุกวงการ ทั้งภาพยนตร์ เพลง เกม แน่นอนว่าถ้าขายดีหรืองานคุณภาพ โอกาสได้งานเพิ่มก็จะยิ่งมากขึ้น การจ้างคนก็ทำง่ายขึ้น

ในทางกลับกัน ถ้าบริษัทไม่มีผลงานที่ขายได้เลยแบบต่อเนื่องหรือไม่มีงานสะดุดตาฝั่งโปรดิวเซอร์กับสปอนเซอร์ โอกาสไม่มีงานเข้ามา ทั้งที่ยังต้องรับภาระเลี้ยงดูพนักงาน โอกาสที่จะต้องปิดตัวก็สูง

กรณีสตูดิโอขาดทุนจริง สามารถไปรับงานช่วยบริษัทอื่นได้ ซึ่งไม่ต้องรับความเสี่ยง รอเวลาพร้อมผลิตอนิเมะเรื่องใหม่ อย่าง บริษัทใหญ่แบบ Gonzo ที่เคยมีปัญหาการเงินอย่างหนักแต่ได้บริษัทอื่นช่วยไว้ ช่วงหลังปี 2010 ถึงจะมีงานบ้างแต่ไม่เน้นปริมาณแบบเมื่อช่วงปี 2000

ความจริง ถ้าขาดทุนแบบไปไม่ไหวจริง หลายสตูดิโอจะปิดตัวไปแบบเงียบๆ ซึ่งมีนับสิบสตูดิโอที่ไม่มีผลงานใหม่ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา ปิดตัวไปแบบไม่ตกเป็นข่าว หรืออาจเปลี่ยนบทบาทไปอยู่ฝ่าย Planing, Project ก็ได้

บางบริษัทที่มีข่าวจะปิดตัวหรือล้มละลาย ส่วนใหญ่ปัญหามาจากการบริหารงานภายในมากกว่า ลงทุนมากเกินไป ทำให้เกิดหนี้สินอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นข่าวขึ้นมา

สตูดิโออิสระและทำงาน

Studio Structureภาพข้างบนค่อนข้างเก่า อาจเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ใช้อ่างอิงได้ (ในภาพตก Ufotable ฝั่งสตูดิโออิสระไป)

ข้อดีของสตูดิโอที่บริหารใต้กลุ่มบริษัทบันเทิงหรือสถานีโทรทัศน์ คือ โอกาสปิดตัวต่ำมาก ถึงขาดทุนก็ยังถูกเก็บไว้เพื่อผลประโยชน์อื่น ไม่ค่อยโดนสั่งปิดแบบสตูดิโอเกมฝั่งอเมริกา

แต่ข้อเสีย คือ ขาดความอิสระและมักทำงานภายใต้กฎระเบียบ ทำให้มีทีมงานลาออกหรือถูกเลย์ออฟเป็นบางครั้ง

ยกตัวอย่างชัดเจนหน่อย ก็ Madhouse ถูกซื้อหุ้น 95% โดยทาง NTV ในปี 2015 น่าสังเกตว่ามีความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทั้งทิศทางการผลิตอนิเมะที่แตกต่างไป ภาคต่อหลายเรื่องไม่ได้ทำทั้งที่กระแสดี เช่น One Punch Man หรือ พี่น้องปริศนาโรงเรียนมหาเวท รวมถึงไม่มีผลงานแบบมูฟวี่ทั้งที่เคยเด่นในช่วงก่อนปี 2010 กว่าจะกลับมาเป็นที่พูดถึงบ่อยก็ช่วง ฟรีเรน ภาคแรกฉายในปี 2023 (ซึ่งทาง NTV เป็นหนึ่งในคณะกรรมการผลิต และเป็นเรื่องเปิดรายการ Friday Anime Night)

ในขณะที่สตูดิโออิสระ แม้จะดีตรงที่ไม่ต้องทำงานภายใต้ใคร สร้างผลงานได้อิสระตามที่ถูกจ้าง แต่ต้องแบบรับภาระกำไรและขาดทุนเอง ทำให้หลายสตูดิโอที่ขาดทุนต่อเนื่องหลายปีไม่สามารถทนอยู่ได้