Tate no Yuusha no Nariagari (2019) จะมี Season 2 หรือไม่ ?

Tate no Yuusha no Nariagari, The Rising of the Shield Hero หรือ ผู้กล้าโล่ผงาด จะมีโอกาสได้ทำภาคต่อหรือไม่ ? ถือว่าประเด็นน่าสนใจเพราะมีความเห็นที่ขัดแย้งกันอยู่สองขั้ว ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่กระแสดีมากเรื่องหนึ่งทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ อีกส่วนหนึ่งเทียบจากประวัติที่ผ่านมาที่แนวนิยายไม่ค่อยได้ทำภาคต่อ หรือ มีต่อก็ไม่ค่อยรวมไม่เกิน 24-26 ตอน ทำให้เป็นเรื่องที่น่าคิดพอสมควร

ทีวีอนิเมะ Tate no Yuusha no Nariagari ผลิตโดยสตูดิโอ Kinema Citrus ช่วง Winter 2019 รวม 25 ตอนจบ เรื่องย่อกล่าวถึง อิวาทานิ นาโอฟุมิ เด็กหนุ่มธรรมดาที่ออกจะมืดมนนิดๆ ถูกอัญเชิญไปยังโลกต่างมิติเพื่อเป็นผู้กล้าแห่งโล่ แต่เพียงแค่เริ่มผจญภัย ก็ถูกเพื่อนพ้องหักหลังจนสูญเสียทุกสิ่งแม้แต่ความเชื่อมั่นในตัวเพื่อนมนุษย์ แต่แล้วสิ่งที่นาโอฟุมิผู้สูญเสียความเชื่อใจในตัวผู้อื่นไปจนหมดสิ้น เลือกที่จะทำ คือ สิ่งใด ?

ภาคอนิเมะทำถึงเล่มไหน ?

เทียบกับนิยายผู้กล้าโล่ผงาดฉบับรวมเล่ม คือ ช่วงเริ่มเล่มต้นไลท์โนเวล 6 ส่วนมังงะผู้กล้าโล่ผงาด ประมาณตอนที่ 44 แต่ข้ามบางเหตุการณ์ในเล่มก่อนหน้านั้นไป แล้วมีการปรับเนื้อหาให้จบลงตัว (มาก) ในอนิเมะตอนที่ 25 ซึ่งจะต่างจากต้นฉบับเดิมไปพอสมควร

เหตุผลที่อาจไม่มีต่อ

ถ้าดูจากสถิติอนิเมะมีภาคต่อได้ ผู้กล้าโล่ผงาดแทบสิ้นหวังไปเลย เพราะมีหลายอย่างที่ไม่เหมาะจะทำต่อ

ต้นฉบับยาวมาก: ช่วงอนิเมะจบ นิยายไปต่อถึงเล่ม 22 แล้ว ในขณะที่ต้นฉบับแค่เริ่มเล่ม 6 แน่นอนว่า ไม่มีทางครอบคลุมจนจบ ถ้ามีซีซั่น 2 แล้วไม่ดีเท่าภาคแรก ไม่ค่อยอยากทำต่อหรอกครับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยเห็นเรื่องภาคต่อจากนิยาย ยกเว้นจะจบใน 10 – 13 เล่ม ก็ยังพอเป็นไปได้

สตูดิโอกำลังการผลิตต่ำ: สตูดิโอก็สำคัญ ถือเป็นเรื่องแรกของทาง Kinema Citrus ที่ได้ทำยาวถึง 25 ตอน ซึ่งถ้านับตั้งแต่ประกาศสร้างอนิเมะผู้กล้าโล่ผงาด (มิถุนายน 2017) ไปจนถึงตอนฉาย กินเวลาไปถึง 1 ปี 6 เดือน ซึ่ง Kinema Citrus แทบไม่ได้ผลิตเรื่องไหนในช่วงนั้น ยกเว้น Shoujo Kageki Revue Starlight เรื่องเดียว

ย้อนไปปี 2014 เรื่อง Black Bullet (2014) ที่ผลิตโดยสตูดิโอเดียวกัน ก็มาทำนองเดียวกับเรื่อง Shield Hero คือ กระแสดีมากในญี่ปุ่นและต่างประเทศช่วงนั้น แล้วไม่ได้ไปต่อจนถึงปัจจุบัน

เรื่องที่กระแสดีไม่แพ้กันอย่าง Made in Abyss (2017) ที่มีการปรับบทใหม่จากมังงะจนกระแสดี ถึงเคยประกาศภาค 2 ตั้งแต่ปลายปี 2017 ก็ยังไม่เห็นข่าวภาคต่อ มีแต่มูฟวี่ที่รักษากระแสไปเรื่อยๆ ไปถึงปี 2020

อีกเรื่องก็ Shoujo Kageki Revue Starlight (2018) แนวออริจินัลที่อิงพวกการแสดงบนเวที มีความเป็นไปได้ที่จะมีภาคต่อ ทั้งการแสดงบนเวที เพลง อีเวนต์ และมีเกมมือถือสนับสนุนอยู่ ถ้าคิดทำต่อคงไม่มีเวลาว่างผลิตเรื่องอื่น

ถ้าสตูดิโออื่นล่ะ ? ดูจากยอดขายคงไม่สามารถโยนไปให้สตูดิโออื่นทำต่อได้ แต่ต้องใช้เวลาเปลี่ยนค่ายกันอีกหลายปี อีกทั้งถ้าได้เป็นค่ายที่เน้นปริมาณแต่คุณภาพไม่สูง อย่าง J.C.Staff หรือ Studio Deen คงไม่พอใจกันอีก

ความจริงช่วงปี 2019 ถือว่าเป็นปีที่แนว Isekai เยอะขึ้น แต่สตูดิโอที่ประวัติดีๆ เริ่มไม่ค่อยผลิต (อาจยกเว้น White Fox แต่ก็ยังถือว่าคุณภาพเริ่มลดลงเช่นกัน) อย่าง Summer 2019 แทบจะมีแต่สตูดิโอตั้งใหม่มาผลิตแนวนิยาย

Isekai จ่อคิวทำอนิเมะอีกเพียบ: แนวเกิดใหม่ในต่างโลก หรือ ถูกส่งไปต่างโลก ที่รู้จักกันในชื่อ “Isekai” ยังมีอีกเกิน 100 เรื่องที่มีฉบับรวมเล่มแล้ว จะดาร์คกว่านี้ แหวกแนว เฮฮา และบู๊กว่า ตัวเลือกเพียบ ยิ่งเรื่องนี้ลงใน ลงใน MF Books (Media Factory) ยิ่งแล้วใหญ่เพราะเน้นทำเรื่องใหม่ มีอีก 2 เรื่องแนวต่างโลก ที่ประกาศทำอนิเมะหลังผู้กล้าโล่ผงาด และน่าจะเพิ่มขึ้นอีก (เฉพาะของ MF Books ไม่ใช่ของ Media Factory ทั้งหมด)

ขายได้ไม่ดี: ขนาด 25 ตอนและลดจำนวนแผ่นมาเหลือเพียง 4 แผ่นจบ ในราคาที่เข้าเนื้อมาก (ส่วนใหญ่ควร 6-8 แผ่น) ยอดขายแผ่นแรกยังประมาณแค่ 2 พันกว่าชุด ภาคต่อเกือบ 100% มีแนวโน้มขายได้น้อยลง ซึ่งไม่คุ้มทำแผ่น

ยังไม่มีเกมและสื่ออื่นมารองรับ: เรื่องจากนิยายหลายเรื่องมีภาคต่อได้ เพราะมีเกมมาช่วยดันอีกแรง อย่างน้อยก็เพลง หรืออย่างอื่น เรื่องนี้ค่อนข้างมีข้อจำกัดทั้งเรื่องตัวละครและความหลากหลายของเนื้อหา

เนื้อหาไม่น่าทำต่อ หาจุดจบซีซั่น 2 อาจยาก: พวกนิยายส่วนใหญ่ได้ทำต่อเพราะ “ตัวละคร” เป็นปัจจัยหลัก ไม่ว่าจะฝั่งดีหรือฝั่งร้าย ถึงผู้กล้าโล่ผงาดจะมีการเพิ่มตัวละครบ้างในช่วงหลังจากอนิเมะ แต่ตัวละครที่ดึง

สำหรับคนที่ยังไม่เก็ต สงสัยไหมครับ ทำไมผู้กล้าโล่ผงาดถึงไม่ทำแค่ 12-13 ตอนจบ ?

  • ไม่ใช่เพราะต้นฉบับไปไกล
  • ไม่ใช่ไล่ตามมังงะ

เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะจบไม่ลงตัวแน่ในนิยายเล่ม 2-3 อีกทั้งช่วงเล่ม 4-5 มีตัวละครที่โผล่มาหลังๆ ด้วยโดยเฉพาะผู้กล้าอีกฝ่าย รวมถึงได้รู้จักตัวละครดีขึ้น ทำให้ตัดสินใจทำสองซีซั่น

ถ้า ผู้กล้าโล่ผงาด ซีซั่น 2 เนื้อหาทำให้คนดู “พอใจ” ได้ ไม่ว่าด้านเนื้อหา ความแปลกใหม่ หรือ ตัวละคร โอกาสมีต่อก็สูงตามไปด้วย

เหตุผลที่อาจมีต่อ

มาดูความหวังเล็กๆ กันบ้าง

โปรดักชั่นดันโปรเจกต์ Isekai อยู่: ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงฟันธงว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีต่ออยู่แล้ว แต่ดูจากทาง Kadokawa เอง น่าจะมีแผนในการปั้นแนวต่างโลกให้ปังกว่านี้ อย่าง Isekai Quartet ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่คิดมาดึงกระแสแนวต่างโลกให้ได้ไปต่อ ซึ่งจะถึงขั้นมีเกมรวมมิตรต่างโลก (เหมือน Kirara Fantasia) หรือเปล่าก็คงต้องรอดูกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ต่อให้มีเกม หรือ ชวนผู้กล้าโล่ไปลง Isekai Quartet (สมมุติ) ก็ไม่ได้ทำให้มีภาคต่อได้ ยังต้องรอดูท่าทางของคาโดคาว่ากันต่อไป

กระแสต่างประเทศดี อาจลงเว็บสตรีม: นอกจาก Netflix แล้ว พวก Amazon และเว็บอื่นก็มีการแข่งขันกันสูง ถ้าหาเงินทุนได้ โอกาสทำต่อก็ยังมี

เพิ่มกำลังการผลิต หรือแยกสตูดิโอ: ตัวสตูดิโอเองก็มีชื่อเสียงมากขึ้น การรับงานมากขึ้นก็พอเป็นไปได้ บางเรื่องผู้กำกับและทีมงานหลักแยกตัวไปผลิตเรื่องใหม่ ยังพอเป็นไปได้อยู่ (ถ้าหาเงินทุนได้นะ)

เรื่องที่เข้าใจมักเข้าใจผิด

เป็นข้อโต้แย้งที่ใช้ไม่ค่อยได้กับอนิเมะหลายเรื่องๆ แต่พบเห็นบ่อยใน Comment ตามบอร์ดและโซเชียล ขอชี้แจงดังนี้ครับ

ยอดขายมังงะ / ไลท์โนเวลเพิ่มจากอนิเมะ ต้องได้ทำต่อ ?: ส่วนใหญ่กลุ่มโปรดักชั่นในการผลิต ตั้งใจทำอนิเมะเพื่อดันยอดมังงะ/ไลท์โนเวล เพื่อให้ขายดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อนิเมะภาคต่อมักไม่เพิ่มยอดแบบเดิมอีก ทำให้ไม่นิยมที่จะทำภาคต่อกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายเรื่องมีภาค 2-3 ยากมาก ขนาดที่ขายดีถล่มทลายแบบ Toaru หรือ SAO กว่าจะได้ทำภาค 3 ยังต้องรอจนแทบลืม

ที่ยังไม่ประกาศเพราะรอมังงะไปไกลๆ ? : มีแต่คนที่อ่านมังงะคิดแบบนั้น เรื่องที่ต้นฉบับเป็นนิยาย ไม่สนต้นฉบับเดิมอยู่แล้ว แค่หลายเรื่องบังเอิญได้เริ่มทำหลังมังงะไปไกลแล้ว เพราะกระบวนการผลิตอนิเมะส่วนใหญ่กินเวลา 1-2 เลยมักได้ฉายช่วงมังงะออกรวมเล่มหลายเล่มพอดี

แผ่นขายไม่ดี ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ?: เห็นบางเรื่องขายห่วยแต่ยังมีภาคต่อได้ ทำให้บางคนเข้าใจผิด ยอดขายถือเป็นตัวแปรหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะทุนในการผลิตอนิเมะ 25 ตอน เฉลี่ยประมาณ 500 ล้านเยน หรือประมาณ 141 ล้านบาท (อาจมากหรือน้อยกว่านี้) ถ้าเป็นพวกเรื่องมังงะ มีป๋าดัน แบบ ชูเอย์ฉะ หรือ โคดันฉะ ขายไม่ออกสักแผ่น ก็หาช่องทางทำให้กำไรได้

ช่วงนี้นิยายได้ทำภาคต่อเยอะ: อนิเมะปีหนึ่งมีราวๆ 2 ร้อยเรื่อง แต่ละปีมีจากสิบกว่าเรื่องจากนิยาย เรื่องที่ได้ทำต่อแทบจะนับนิ้วได้ อย่างซีซั่น Fall 2018 ที่ว่าภาคต่อมีเป็นสิบเรื่อง ยังมาจากมังงะเกือบหมด มีแค่ SAO 3 เรื่องเดียวท่มาจากไลท์โนเวล ส่วน เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว ภาค 2 ได้มีต่อด้วยหลายๆ เหตุผล, DanMachi ภาค 2 นี่ก็ควรมีต่อนานแล้ว ดึงเวลามาถึง 4 ปี

ลองเข้าไปดู ยอดขายแผ่น BD/DVD แล้วพิมพ์ในช่องค้นหาว่า “Novel 2015” (หรือปีอื่นๆ ในช่วงนั้น) จะเห็นเรื่องที่จบในช่วงนั้น จำนวนที่ไม่มากที่ได้ทำต่อ

สรุป

การจะด่วนสรุปว่ามีภาคต่อไหม ค่อนข้างยากอยู่ เพราะตอนผมเขียน เพิ่งจบไปช่วงมิถุนายน 2019 อาจรอประกาศในงานอีเวนต์ใหญ่ๆ ภายหลัง อย่าง Anime Expo หรือ Comiket ก็เป็นไปได้

จากสถิติค่อนข้างมั่นใจว่าโปรดักชั่นไม่อยากให้มีต่อ โดยเฉพาะ Kadokawa คงอยากไปดันเรื่องใหม่มากกว่า อีกทั้งตัวเรื่องหลังนิยายเล่ม 6 ไปก็เริ่มหาจุดพีคไม่ได้ อนิเมะยังจบแบบไม่ค้างคาอะไร ไม่ทิ้งปมให้ต้องดูต่อ จบลงตัวสุดๆ

แต่ยุคนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนกันได้ โอกาศพลิกเกมก็มีอยู่ กลุ่มโปรดักชั่นเกิดมาเปลี่ยนใจภายหลัง ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก

คงต้องรอดูไปอีกสักพัก ส่วนตัวยังคิดว่า ผู้กล้าโล่ผงาด มูฟวี่ หรือ OVA พอเป็นไปได้ หรือ ต้นสังกัดจะดันแบบสุดๆ จนมีภาคสองก็ไม่เกินความเป็นจริง แต่ถ้ายังไม่มีความคืบหน้าจนจบปี 2020 ก็น่าจะยากแล้ว เพราะแนว Isekai ยังมีอีกเกินร้อยเรื่องที่มีฉบับรวมเล่มจ่อทำอนิเมะอยู่