Hai to Gensou no Grimgar (2016) จะมี Season 2 หรือไม่ ?

Hai to Gensou no Grimgar, ขี้เถ้าในกริมการ์แดนมายา อนิเมะภาพสวยเรื่องหนึ่งที่เป็นแนวต่างโลก และดูแตกต่างจากเรื่องอื่นที่ตัวละครอ่อนแอตั้งแต่ต้น หลังฉายจบแบบเนื้อเรื่องไม่ได้ไปถึงไหน ทำให้บางคนสงสัยว่าจะมีภาคต่อหรือไม่ ? จะมาสรุปให้ฟังกันครับ

ไลท์โนเวล Hai to Gensou no Grimgar จัดจำหน่ายโดย Overlap Bunko (Overlap) ยังคงมีต่อถึงปลายปี 2019 ด้วยจำนวนเล่ม 15 เล่มหลัก และ 3 เล่มพิเศษ แล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆ เคยมีภาคอนิเมะจำนวน 12 ตอนจบ และตอนสั้น 2.5 อีก 1 ตอน ผลิตโดยสตูดิโอ A-1 Pictures ในช่วงต้นปี 2016

เรื่องย่อของ ขี้เถ้าในกริมการ์แดนมายา กล่าวถึง กลุ่มคนที่ไม่รู้จักกัน ได้ถูกส่งไปในโลกที่คล้ายเกม กริมการ์ มีการแบ่งกลุ่มกันเพื่อหาทางใช้ชีวิตในโลกนี้ ในโลกที่ไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดได้ ต้องใช้ชีวิตอย่างดิ้นรน คนที่ถูกฆ่าตายไม่สามารถหวนคืนได้แบบในเกมทั่วไป หลงเหลือไว้เพียงความรู้สึกผิดพลาดของกลุ่มคนที่ยังมีชีวิตรอด

โอกาสที่ไม่มีต่อ

ภาพขี้เถ้าในกริมการ์แดนมายา เล่ม 15

จำนวนเล่มที่ยาวไปเรื่อยๆ: ถือเป็นเรื่องที่ยาวมากเรื่องหนึ่ง ที่เขียนต่อมาเรื่อยๆ ตัวละครพัฒนาขึ้นตามลำดับ แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่เห็นปลายทางที่ชัดเจน น่าจะไปได้อีกหลายเล่ม อนิเมะจึงไม่น่าจะตามทัน ภาคต่อถ้ามีก็คงจบแบบค้างคา ไปต่อไม่ถูก

กระแสไม่ได้ดีมาก และเงียบมานาน: มังงะก็ตัดจบไปตั้งแต่ช่วงอนิเมะฉาย ในขณะที่กระแสยอดขาย หรือ ความนิยมอนิเมะช่วงนั้น ไม่ได้โดดเด่นอะไร

Hai to Gensou no Grimgar ต่างจากแนวต่างโลกที่มาปีเดียวกัน อย่าง Kono Subarashii Sekai ni Shukufuku wo! ที่ฉายในซีซั่นเดียวกัน หรือ Re:Zero kara Hajimeru Isekai Seikatsu ที่ฉายหลังจากซีซั่นต้นปี

เนื้อเรื่องชวนหดหู่ ไม่รับความนิยม: ถึงแนวต่างโลกในแบบตัวละครสุดจะอ่อนแอ และปนดราม่า พร้อมภาพที่ดูแตกต่างจากเรื่องอื่น แต่ด้วยโทนเรื่องที่ค่อนข้างเรียบๆ ดูเรียลเกินไป เทียบกับพวก Sword Art Online ของสตูดิโอเดียวกัน เรื่องนี้ก็เหมือนไปนั่งดูชีวิตของตัวประกอบ ทำให้ไม่เหมาะกับตลาดในปัจจุบัน อีกทั้งโทนเรื่องประเภทนี้ มักไม่ค่อยมีภาคต่อ

สรุป: โอกาส 5%

Hai to Gensou no Grimgar, ขี้เถ้าในกริมการ์แดนมายา ต้นฉบับไปไกลมาก จนอนิเมะทำไม่ทัน อีกทั้งตัวผู้ผลิตและสำนักพิมพ์ อย่างสนพ. Overlap Bunko มีเรื่องในมือมีจะราวๆ ร้อยเรื่อง แบ่งสัดส่วนเป็นแนวต่างโลกอีกเพียบ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เป็นอนิเมะ และถึงเป็นอนิเมะก็ไม่ค่อยมีภาคต่อ (ยกเว้น Arifureta Shokugyou de Sekai Saikyou ที่มีภาค 2) น่าจะดันเรื่องอื่นให้เป็นอนิเมะมากกว่า

ถ้ามองเรื่องโอกาสทำต่อที่น้อยนิด คงมีความเคลื่อนไหวด้านนำเพลง หรือ นำกลับมาฉายซ้ำอยู่บ้าง อีกเหตุผลเรื่องลายเส้นอนิเมะ เพราะดูๆ ไป Overlap มักเจอสตูดิโอเผางานบ่อยครั้ง จนยังไม่มีผลงานเด่นๆ เช่นกัน (แต่เอาทีมเดิม ไปทำเรื่องใหม่ น่าจะง่ายกว่า)