เรื่องย่อ: หลังผจญภัยร่วมกัน 10 ปี กลุ่มผู้กล้าพิชิตราชาปิศาจลงได้สำเร็จ เมจเอลฟ์ ฟรีเรน (ฟรีเรนแห่งการลาจาก) ได้ออกเดินทางต่อไปตามลำพัง แยกทางกับเพื่อนอีก 3 คน เมื่อผ่านไป 50 ปี เธอได้กลับมาที่เมืองอีกครั้ง เพื่อนมนุษย์ได้แก่ชราและล่วงลับไป ต่างจากเอลฟ์ที่อายุขัยยาวนานหลายพันปี หลายสิ่งถูกลืมเลือนกลายเป็นความทรงจำ ทำให้เธอต้องการเรียนรู้เรื่องของมนุษย์ที่มีมุมมองต่างจากเผ่าของเธอ เธอเริ่มรับลูกศิษย์และมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือที่ซึ่งเชื่อว่าจะได้พบดวงวิญญาณผู้ล่วงลับอีกครั้ง
มังงะมีลิขสิทธิ์ในไทยของสยามอินเตอร์คอมิกส์ เคยชนะเลิศในงาน Manga Taishou ครั้งที่ 14 และได้รางวัลวัฒนธรรมเท็ตสึกะ โอซามุ ครั้งที่ 25 ในปี 2021
อนิเมะ คำอธิษฐานในวันที่จากลา ฟรีเรน หรือ Frieren: Beyond Journey’s End สร้างจากมังงะ แนวแฟนตาซี ผจญภัย ดราม่า ผลิตโดย Madhouse
รวมเว็บดูอนิเมะถูกลิขสิทธิ์ในไทย
Sousou no Frieren (2023)
คำอธิษฐานในวันที่จากลา ฟรีเรน
Frieren: Beyond Journey’s End
Sousou no Frieren Season 2 (2026)
คำอธิษฐานในวันที่จากลา ฟรีเรน ซีซั่น 2
Frieren: Beyond Journey’s End 2nd Season
Sousou no Frieren Season 3 (2027)
* ช่องทางสตรีมรอ Update ช่วงฉาย (Fall 2027)
คำอธิษฐานในวันที่จากลา ฟรีเรน ซีซั่น 3
Frieren: Beyond Journey’s End 3rd Season
รีวิวอนิเมะ
แนวแฟนตาซีที่ก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ โดยเริ่มต้นเล่าเรื่องในจุดที่ตำนานบทอื่นมักจะจบลง นั่นคือช่วงเวลาหลังจากคณะผู้กล้ากำจัดจอมมารได้สำเร็จและแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตตามทางของตนเอง แก่นหลักของเนื้อหาเน้นไปที่การสำรวจความหมายของเวลาและความทรงจำผ่านมุมมองของตัวละครอมตะ ผู้เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของสายสัมพันธ์ที่เคยละเลยไปเพียงเพราะความแตกต่างของอายุขัย การเดินทางครั้งใหม่เพื่อไปยังดินแดนปลายทางจึงไม่ใช่การกอบกู้โลก แต่เป็นการออกเดินทางเพื่อทำความรู้จักกับมนุษย์และเก็บรับเศษเสี้ยวความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ในใจ
การนำเสนอโดดเด่นด้วยจังหวะการเล่าเรื่องได้อย่างต่อเนื่องไร้จุดน่าขัดใจ มีการสลับเหตุการณ์ระหว่างอดีตกับปัจจุบันได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อแสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของผู้กล้า ฮิมเมล และผองเพื่อนในอดีตได้ส่งต่อแรงบันดาลใจมาสู่คนรุ่นหลังอย่างไร แม้บรรยากาศส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและกลิ่นอายของความถวิลหาอาดีต แต่เมื่อถึงฉากการต่อสู้กลับทำออกมาได้อย่างทรงพลังและมีระดับ งานภาพมีความประณีตสูงมาก โดยเฉพาะการใช้แสงสีและองค์ประกอบศิลป์ที่ช่วยขับเน้นอารมณ์ของตัวละครให้ดูมีชีวิตชีวาและลึกซึ้ง
ตัวละครอย่าง เฟรุน และ สตาร์ค ถูกวางบทบาทมาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับอาจารย์ผู้ผ่านโลกมานับพันปี ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเพื่อนร่วมทางชุดใหม่นี้ช่วยเพิ่มสีสันและความอบอุ่นให้กับเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นความเข้มงวดปนความห่วงใย หรือความซื่อตรงในการเผชิญหน้ากับความกลัว ทุกองค์ประกอบถูกร้อยเรียงเข้ากับดนตรีประกอบที่ไพเราะและเข้ากับบรรยากาศได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ชมรู้สึกร่วมไปกับทุกย่างก้าวของการเดินทางได้อย่างไม่ยากเย็น
ช่วงแรกแม้จะไม่มีฉากต่อสู้มากนัก แต่จะเริ่มทีวีความเข้มข้นครึ่งในช่วงครึ่งหลังของภาคแรก ด้วยประสบการณ์ของทางสตูดิโอทำให้งานแนวแอ็คชั่นออกมาได้ดี
โดยรวมแล้ว อนิเมะระดับขึ้นหิ้งที่ควรค่าแก่การรับชมอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะมอบความเพลิดเพลินในฐานะงานศิลปะคุณภาพสูงแล้ว ยังแฝงแง่คิดเรื่องการใช้เวลาทุกนาทีกับคนที่เรารักให้มีค่าที่สุด เป็นการเดินทางที่เรียบง่ายแต่กลับสั่นสะเทือนอารมณ์ได้อย่างยาวนาน แม้กระทั่งในตอนที่เสียงเพลงปิดจบลง ความรู้สึกประทับใจเหล่านั้นก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจของผู้ที่ได้สัมผัส
คะแนนรีวิว: 9.5
ตัวละคร
ตัวละครหลัก
ฟรีเรน / Frieren
พากย์: Tanezaki Atsumi
เอลฟ์เมจ อายุกว่าพันปี ผู้เคยเป็นสมาชิกกลุ่มที่ปราบจอมมาร เนื่องจากอายุที่ยาวนานกว่ามนุษย์ ทำให้ไม่ค่อยสนใจเรื่องเวลามากนัก หลังการจากไปของฮิมเมล เธอเริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ได้รู้จักเขามากนักในระหว่างการเดินทาง ทำให้ต้องการเข้าใจการเป็นมนุษย์มากขึ้น จึงรับลูกศิษย์เป็นจอมเวทฝึกหัด ตามคำแนะนำของ ไฮเตอร์
เมื่อพันปีก่อน ได้รับการช่วยเหลือและสั่งสอนโดยจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่เผ่ามนุษย์ เฟลมเม จากปีศาจที่ฆ่าล้างหมู่บ้านเอลฟ์ ได้รับการสอนหลายเรื่อง
ฟรีเรนได้สังหารปีศาจไปมากมายจนถูกตั้งฉายาจากเผ่าปีศาจว่า “Sousou no Frieren” (ตามชื่อเรื่อง หากแปลตรงตัวจะเป็น ฟรีเรนผู้ฝังศพ)
* Frieren ในภาษาเยอรมัน แปลว่า เยือกแข็ง (Freeze)
แฟรน / Fern
พากย์: Ichinose Kana
ลูกศิษย์สาวของฟรีเรน มีความสามารถการร่ายเวทที่รวดเร็ว เด็กสาวกำพร้าจากประเทศทางใต้ ไฮเตอร์ได้เจอก่อนเธอจะฆ่าตัวตาย แนะนำให้เธอเป็นลูกศิษย์ของฟรีเรนตั้งแต่เด็ก ออกเดินทางร่วมกันและคอยดูแลอาจารย์ในหลายเรื่อง เย็นชากับสตาร์คเมื่อแรกพบ และมักมีปากเสียงกันเสมอแต่สนิทกันมากขึ้นตามการเดินทาง
* Fern (แฟรน) ในภาษาเยอรมัน แปลว่า ห่างไกล (Remote)
* เนื่องจากพ้องรูปกับภาษาอังกฤษ “เฟิร์น” และอ่านเป็นเสียงญี่ปุ่นได้ “เฟรุน” จึงมีหลายชื่อเรียก
สตาร์ค / Stark
พากย์: Kobayashi Chiaki (ปัจจุบัน), Kiyoto Arisa (เด็ก)
นักรบหนุ่มหนึ่งในผู้ร่วมเดินทาง ที่ถูกสอนโดยไอเซ็น ถูกแนะนำให้เข้ากลุ่มแทนไอเซ็นที่แก่ชรา มีความสามารถแต่ยังมีความลังเล แต่สามารถพัฒนาการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว นิสัยซื่อ หัวทึบ และมักทะเลาะกับแฟรน
* Stark ในภาษาเยอรมัน แปลว่า แข็งแกร่ง (Strong)
เซน / Sein
พากย์: Nakamura Yuichi (ปัจจุบัน), Kawaida Natsumi (เด็ก)
นักบวชชายจากหมู่บ้าน มีความสามารถสูง แต่ปากร้าย ชอบสุรา บุหรี่ การพนัก และสาวอายุมากกว่า ก่อนสอบจอมเวทระดับหนึ่ง เขาแยกกลุ่มจากฟรีเรนเพื่อไปตามหาเพื่อนเก่าที่ออกเดินทางตามลำพังและขาดการติดต่อไปนาน
อดีตปาร์ตี้ผู้กล้า
- ฮิมเมล / Himmel – Okamoto Nobuhiko
- ไฮเตอร์ / Heiter – Touchi Hiroki
- ไอเซ็น / Eisen – Ueda Youji
* ตามภาษาเยอรมัน Himmel หมายถึง สวรรค์ (Heaven), Eisen หมายถึง เหล็ก (Iron), Heiter หมายถึง สว่าง (Bright)
ภาพตัวละคร: Official Website
ทีมงานหลักอนิเมะ
ภาคแรก
- ผู้กำกับ: Saitou Keiichirou (Bocchi the Rock!, ACCA: 13-ku Kansatsu-ka – Regards)
- ดูแลบท: Suzuki Tomohiro (One Punch Man, ACCA: 13-ku Kansatsu-ka)
- ดีไซน์ตัวละคร: Nagasawa Reiko (Takt Op. Destiny)
- ผลิต: Madhouse (Overlord, No Game No Life)
ภาคสอง
- เพิ่ม Kitagawa Tomoya / Harashina Daiki เป็นผู้กำกับและผู้กำกับ ส่วน Saitou Keiichirou จะเป็นที่ปรึกษาแทน
คำถามที่พบบ่อย
อนิเมะถึงมังงะเล่มไหน ?
- ภาคแรก 28 ตอน ถึงมังงะตอนที่ 60 ช่วงต้นเล่ม 7
- ภาคสอง 10 ตอน ถึงมังงะตอนที่ 80 ช่วงต้นเล่ม 9
ฟรีเรน มีอนิเมะภาค 3 ไหม ?
ประกาศภาค 3 หลังฉายจบ
ได้ยินว่าอาจเปลี่ยนสตูดิโอ ?
Update: ภาค 2 สตูดิโอ Madhouse เหมือนภาคแรก
(ความเห็นก่อนประกาศภาค 2) ยากครับ เพราะฉายทางทีวีได้ลง Nippon TV ก่อนช่องทางอื่น หรือถ้าเข้าใจง่ายๆ ก็หนึ่งในสปอนเซอร์ออกทุนสร้างอนิเมะเป็นบริษัทแม่ของ Madhouse เอง
ทำไมชื่อเรียกมีทั้ง แฟรน เฟิร์น และ เฟรุน อ่านแบบไหนถูก ?
ธีมเรื่อง ชื่อตัวละครเป็นภาษาเยอรมัน จึงสะกดตามภาษาเยอรมัน Fern = “แฟรน” จะตรงกว่า แต่จะอ่านแบบไหนก็ได้เหมือนกัน มีเหตุผลที่อ่านเป็นเสียงอื่นได้
- ในอนิเมะจะออกเสียงเป็น “เฟรุน” ตามข้อจำกัดเวลาเขียนชื่อแบบคาตะคานะ
- บางคนจะออกเป็น เฟิร์น โดยอ่านชื่อเป็นภาษาอังกฤษ (ซึ่งความจริง Fern เป็นเยอรมัน)
Source: Wikipedia