BiliBili

BiliBili แอพดูอนิเมะจากประเทศจีน จุดเด่น คือ มีอนิเมะเยอะสุด มากกว่า Netflix และแอพอื่นๆ รวมกันเสียอีก แล้วยังมีคลิปบันเทิงหลายอย่างให้ดู ใช้ข้อความลอยแบบ Nico ในญี่ปุ่น เปิดเพจไทยเมื่อ 17 พ.ย. 20 และให้บริการแอพในช่วงเดียวกัน ช่วงแรกดูฟรีเกือบทุกเรื่อง บางเรื่องเป็นแบบบลูเรย์/ดีวีดี (ความละเอียดสูง, ไม่เซ็น)

บางเรื่องต้องสมัครสมาชิกแบบ VIP ถึงดูตอนล่าสุดได้ (ถ้าไม่เป็น ต้องรอ 1 สัปดาห์) พร้อมฟีเจอร์อื่นอย่างความละเอียด 1080p+, โหลดเข้าเครื่องได้ ฯลฯ

จุดแข็ง

  • ผู้ให้บริการด้านวีดีโอรายใหญ่ในจีน ถูกเรียกว่า Youtube เมืองจีน กำลังเติบโต Traffic ติดอันดับ Top 3-5 ในจีน
  • มีลิขสิทธิ์อนิเมะเกือบทุกเรื่อง
  • มีอนิเมชั่นจีนแปลไทย ฉายพร้อมจีนหลายเรื่อง ซึ่งตลาดอนิเมชั่นจีนพัฒนาเร็วมาก
  • มีคลิปบันเทิงที่เกี่ยวกับการ์ตูนมากจากคนไทย
  • มีระบบข้อความลอย เป็นคอมมูนิตี้ที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ
  • มีพาร์ทเนอร์จำนวนมาก ทั้งแอพจีนด้วยกัน เกมมือถือยอดนิยม และในวงการอื่นๆ
  • อนาคตอาจมีโมเดลอื่นมาตีตลาดไทย เช่น มังงะแบบ Subscribe รายเดือน (https://manga.bilibili.com) หรือเปิดให้อัพโหลดวีดีโอสร้างรายได้แบบอิสระ

ปัญหา

  • ทีมงานยังไม่มาก ทำให้มีหลายเรื่องใช้โปรแกรมแปลชั่วคราว แต่มีการแก้ไขต่อเนื่องทุกวัน
  • ช่วงแรกมีแต่ระบบ Android กำลังพัฒนา iOS
  • ไม่ให้ดูผ่านเว็บ ต่างจากแอพอื่น (หาลิงก์ตรงเข้าได้ แต่ไม่สะดวกเท่าแอพ)
  • หลัง 1 พ.ค. 21 เปิดใน iOS แล้ว ส่วนเว็บ (Link) ยังไม่พร้อมเท่าแอพ ขาดหลายฟังก์ชั่นรวมถึงการค้นหาชื่อเรื่อง แต่อีกสักพักน่าจะดีขึ้น

ความเป็นมา

Bilibili (หรือ B Site) เว็บสตรีมมิ่งวิดีโอรายใหญ่สุดในจีน ตั้งอยู่ที่ เซี่ยงไฮ้ ในประเทศจีน ให้บริการอัพโหลดวีดีโอการ์ตูนและวงการที่เกี่ยวข้อง เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดย สวีอี้ยี่ (Xu Yi) อดีตผู้ใช้เว็บ AcFun (A Site) ต้องการสร้างเว็บที่ดีกว่า แล้วยังมีแรงบัลดาลใจจากเว็บ Nico Nico Douga ที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น จึงเริ่มสร้างเว็บต้นแบบ ในชื่อ Mikufans ขึ้นมาในปี 2009 สำหรับเป็นแฟนดอมของกลุ่มคนชอบ ฮัตสึเนะ มิกุ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Bilibili ในปี 2010 โดยตั้งชื่อจาก มิซากะ มิโคโตะ ในเรื่อง To Aru Majutsu No Index

ช่วงแรกเป็นเว็บอัพโหลดไฟล์วีดีโอแบบไม่มีลิขสิทธิ์มาก่อน มีการปรับโมเดลหารายได้หลายครั้ง จนเปิดให้บริการกลายเป็นเว็บสตรีมมิ่งลิขสิทธิ์ มีบริการสมาชิกในปี แล้วยังลงทุนในหลายธุรกิจ อย่าง เกม, อนิเมชั่นจีน, อีเวนต์ต่างๆ

Bilibili เข้าตลาดหุ้น NASDAQ ของอเมริกาช่วงปี 2018 ในชื่อหุ้น BILI และเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2020

ในงาน AnimeJapan ช่วงมีนาคม 2019 บริษัท Bilibili ประกาศร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง Sony (ที่เป็นเจ้าของผู้ให้บริการ Funimation) โดยตั้งเป้าจะให้บริการอนิเมะลิขสิทธิ์ ทั้งในอเมริกาและจีน และในช่วงต้นปี 2020 Sony ประกาศลงทุนในบริษัท Bilibili สูงถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ถ้าคิดมูลค่าหุ้นปัจจุบัน Sony จะกำไรจากหุ้น หลายพันล้านเหรียญ)

3 ก.พ. 21 ได้ควบกิจการของ Haoliners Cultures Media Co., Ltd. รวมถึงบริษัท Emon Animation ที่ผลิตอนิเมชั่นจีนที่ฉายในญี่ปุ่นหลายเรื่อง

ทำไม Bilibili มีอนิเมะเยอะมาก ?

มูลค่า Bilibili มหาศาล

ในปี 2020 ถึงต้นปี 2021 มูลค่าบริษัทของ Bilibili เติบโตแบบก้าวกระโดด 6 เท่าตัวในปีเดียว เคยมี Market Cap สูงกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (1.4 ล้านล้านบาท) ในช่วงต้นมกราคม หรือ คิดเป็นมูลค่า 30-40 เท่าของเงินที่ Sony ใช้ซื้อ Crunchyroll ซึ่งเป็นสตรีมอนิเมะรายใหญ่สุดของอเมริกานั่นเอง

ถึงมูลค่าจะเป็นแค่ภาพรวม เพราะธุรกิจย่อยของ Bilibili มีหลายอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องวีดีโอ แต่เรื่องให้บริการอนิเมะก็ถือเป็นตัวหลักอย่างหนึ่ง น่าจะมีการลงทุนมากขึ้นตามมูลค่าบริษัทที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

Bilibil Value
ต้นเดือน กพ. มี Market Cap ถึง 5.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (1.5 ล้านล้านบาท) และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ, เข้าตลาดหุ้นฮ่องกงกลาง ก.พ. 21 ช่วงปลายมีนาคม

เน้น LC อนิเมะเป็นหลัก

Bilibili ในจีนถึงจะมีให้บริการหลายส่วน เน้นด้านอนิเมะโดยเฉพาะ ไม่ค่อยมีพวกซีรีส์จีน เกาหลี แบบแอพอื่น ต้องการเป็นเบอร์ 1 ด้านอนิเมะโดยเฉพาะ

ส่วนในโซนต่างประเทศจะมีทั้งที่ซื้อผ่านบริษัท Muse และผ่านพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ เพื่อให้บริการในหลายประเทศโซนเอเชีย

ถึงต้นปี 2021 อนิเมะลิขสิทธิ์ในไทย นำมาลงแค่บางส่วนเท่านั้น Bilibili จีนมีเยอะกว่านี้มาก คือ ถือลิขสิทธิ์เกิน 90% ของเรื่องที่ฉาย ที่ยังไม่ครบอาจเพราะแปลไม่ทัน

ลุยตลาด SEA เต็มตัว

ในไทยน่าจะคุ้นเคยกับโมเดลเน้นถูก E-Commerce, แอพ, เกมมือถือฟอร์มใหญ่บางเกม, มือถือหลายแบรนด์ ของฝั่งจีน ว่าไม่ได้เน้นกำไรทางตรง เน้นเอาใจผู้บริโภคทุกระดับชั้นก่อน (ส่วนเรื่องผูกขาด-อัพราคา ภายหลัง … ก็ว่ากันไป)

ตลาดฝั่งเอเชีย มีปัญหาเรื่องการแปลภาษาในภูมิภาคมานาน ทำให้ฝั่งอเมริกา หรือ ญี่ปุ่น ไม่เข้ามาทำตลาด เพราะต้องแปลหลายภาษามากๆ เป็นช่องว่างให้ประเทศจีนเข้ามาได้ อนาคตอาจผูกขาดตลาด ไม่ใช่แค่ในไทย แต่เป็นพื้นที่โซน SEA หรือ เอเชียบางประเทศ

ระดับคู่แข่งกับ Youtube

ธุรกิจหลักของ Bilibili จริงๆ คือ เกี่ยวกับอัพลิกวีดีโอ ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอัพคลิปที่ใหญ่สุดในจีน ไม่ใช่ LC อนิเมะเพียงอย่างเดียว ในแอพจึงมีการตัดต่อคลิปหลายประเภทที่เกี่ยวกับอนิเมะให้รับชม

อนาคตในไทย น่าจะดึงพวก Youtuber มาสร้างสีสันบนแอพมากขึ้น ไม่โดนฟ้องลิขสิทธิ์แบบยูทูป และมีฟีเจอร์ข้อความลอยแบบ Nico Nico Douga ในญี่ปุ่น

bilibili bubble

ปัญหาช่วงแรกในไทย

สำหรับคนเพิ่งโหลดหลังๆ อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมมีคนแอนตี้ Bili ขอย้อนความนิดนึง ปัญหาหลักๆ มาจากการแปล

แอพ Bilibili มาแปลกนิดหนึ่ง คือ เปิดให้บริการทุกเรื่องที่ถือลิขสิทธิ์ เคลมว่ากว่า 800 เรื่อง แต่เริ่มมาเจอสองปัญหาใหญ่

  • อนิเมะที่ฉายพร้อมญี่ปุ่น ทีมงานบางเรื่องไม่ค่อยมีฝีมือ แปลผิด เพี้ยน ชื่อจีน ฯลฯ
  • อนิเมะเก่าเกือบทุกเรื่อง ใช้โปรแกรมแปล รวมทั้งชื่อเรื่อง ทำให้อ่านมั่วไปหมด

ที่หนักสุด คือ “ดาบพิฆาตอสูร” ที่กำลังมีกระแสมูฟวี่ช่วงปลายปี 2020 ใช้โปรแกรมแปล ทำให้มีการล้อเลียนเยอะ อย่าง คางุระแดนซ์ หรือ บทแปลคำหยาบบางคำ

ทั้งนี้ เพราะเปิดให้บริการหลายประเทศในโซนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมกัน ชูเรื่องจำนวนที่มากกว่าผู้ให้บริการรายอื่น แล้วค่อยประกาศหาทีมงานในพื้นที่ มาแก้ปัญหาภายหลัง

bilibili localปัจจุบัน มีการแก้ไขไปหลายเรื่อง ทยอยแก้แบบย้อนหลัง ทำให้ไม่ค่อยพบปัญหาแบบช่วงแรก โดยเฉพาะต้นปีมกราคมที่ผ่านมา ทีมงานเพิ่มจำนวนพอสมควร, บางส่วนน่าจะเคยแปลซับแอพอื่นมาก่อน จนคุณภาพดีขึ้น หรืออาจมีบริษัทพาร์ทเนอร์ในไทย คิดว่าน่าจะแปลเรื่องเก่าได้เกือบหมดภายในปี 2021

ถ้าเจอเรื่องเก่า คำแปลแปลกๆ (ชื่อตัวละครจีน, ไม่มีหางเสียง) ก็รอไปก่อน หรือแจ้งปัญหาซับได้จากในแอพ

ปัญหาอื่นๆ นอกจากเรื่องแปล อย่าง

  • ค่าจ้างทีมงานถูกมาก แต่เงื่อนไขเยอะ: บางคนปลุกระดมว่า คนจีนกำลังดูถูกคนไทย แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะพอเจรจาค่าตัวกันได้
  • แอพไม่ค่อยพร้อม: ซับไม่ขึ้น ซับเรื่องอื่น ซับหาย แต่มีการอัพเดตเวอร์ชั่นเรื่อยๆ ส่งฟีดแบ็คได้จากในแอพ

โดยรวม Bilibili เป็นแอพที่เปิดตัวแบบดูมีปัญหากว่าคนอื่น แต่เงินทุนมหาศาลกว่า Publisher หลายเจ้า และบุกหลายประเทศพร้อมกันในฝั่งเอเชีย มีการพัฒนาแก้ไขปัญหาเดิมอยู่ตลอด อนาคตน่าจะเป็นแอพมาแรงตัวหนึ่ง (น่าจะผูกขาด เหมือนแอพจีนหลายๆ ตัวที่คนไทยนิยม) และคาดว่าจะทำให้คนไทยที่เคยดูอนิเมะเถื่อน หันมานิยมอนิเมะลิขสิทธิ์มากขึ้น

ดาวน์โหลดและติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่
Android | iOS | Facebook