Dorohedoro

เรื่องย่อ: เมือง โฮล แหล่งทดลองของเหล่าผู้ขมังเวท ไคมัน ชายหัวกิ้งก่าผู้ถูกสาปและเสียความทรงจำว่าตนเป็นใคร ออกตามล่าผู้ใช้เวทที๋โฮล เวทมนตร์ใช้ไม่ได้ผลกับเขาและทักษะการต่อสู้ที่สูง ทำให้ฆ่าพวกผู้ใช้เวทได้สบาย ชอบเกี่๊ยวซ่า เป็นพิเศษ ช่วงแรกทำงานพาร์ทไทม์ที่โรงพยาบาล ก่อนจะย้ายไปร้านอาหาร ภายหลังมาทำงานที่ร้านของนิไคโด โดยมี นิไคโด เพื่อนของไคมัน เคยทำงานเก็บศพผู้ใช้เวทในเมือง จนได้พบไคมัน เจ้าของร้านเกี๊ยวซ่าที่คอยช่วยเหลือเขา ในเมือง โฮล ที่สุดแสนอันตราย

มังงะ Dorohedoro ผลงานของ HAYASHIDA Q. เขียนช่วงปี 2000 – 2018 รวม 23 เล่มจบ เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Gessan, Hibana และ Ikki ของสำนักพิมพ์ Shogakukan ในไทยปัจจุบันมีลิขสิทธิ์ของ Siam Inter Comics (เคยมีลิขสิทธิ์ของ ToMorrow ComiX ในชื่อ “สาปพันธุ์อสูร”)


ช่องทางดูอนิเมะลิขสิทธิ์

Dorohedoro: Ma no Omake (OVA, 2020) เป็นตอนสั้น 6 ตอน มีฉายทาง Netflix


รีวิวอนิเมะ

การกลับมาในครั้งนี้ยังคงรักษามาตรฐานความดิบเถื่อนและอารมณ์ขันที่ร้ายกาจไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะงานสร้างที่เห็นได้ชัดถึงพัฒนาการของเทคนิคการใช้โมเดลสามมิติที่ผสมผสานกับงานภาพสองมิติได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น ช่วยถ่ายทอดลายเส้นที่ละเอียดและซับซ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมออกมาได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศของเมือง โฮล ยังคงเต็มไปด้วยความสกปรกที่ดูสมจริงและมีเสน่ห์ในแบบฉบับเฉพาะตัว เสริมด้วยฉากแอ็กชันที่มีความรุนแรงตามสไตล์เดิมที่แฟนๆ โหยหา

ในด้านเนื้อเรื่องมีความซับซ้อนและขยายขอบเขตออกไปอย่างกว้างขวางผ่านกลุ่มตัวละครที่หลากหลาย โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของกลุ่มตาเขว้ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น การเล่าเรื่องยังคงความชาญฉลาดในการรักษาสมดุลระหว่างแนวสยองขวัญ ตลก และการสืบสวนสอบสวน

แม้ว่าความสัมพันธ์ของตัวละครจะพัวพันจนดูยุ่งเหยิง แต่สายสัมพันธ์ระหว่าง ไคแมน และ นิไคโด ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ยึดโยงทุกอย่างไว้ ท่ามกลางปริศนาที่ยิ่งเปิดเผยก็ยิ่งสร้างคำถามใหม่ๆ การดำเนินเรื่องในลักษณะนี้ช่วยรักษาความน่าสนใจและความระทึกขวัญได้ตลอดการรับชม

คะแนนรีวิว: 8.5


คำถามที่พบบ่อย

อนิเมะ Dorohedoro จบเท่ามังงะเล่มไหน ?

  • ซีซั่น 1 จบประมาณปลายๆ มังงะเล่ม 7 (รวม OVA)
  • ซีซั่น 2 ถึงมังงะตอนที่ตอนที่ 79 จบมังงะเล่ม 13

มังงะมี 23 เล่มจบ

Dorohedoro จะมีอนิเมะภาค 3 ไหม ?

ประกาศภาค 3 หลังจบภาค 2, กำหนดฉายประกาศภายหลัง

Source: Wikipedia