ดราก้อนบอล อนิเมะยอดฮิตระดับตำนานที่ได้รับความนิยมมานาน เคยมีลิขสิทธิ์ในไทยหลายภาค แต่เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยน ทำให้ยังมีช่องทางการฉายปัจจุบันไม่มาก แต่อีกสักพักอาจมีเพิ่ม ในที่นี้จะรวมเท่าที่หาได้ในไทยก่อน จะเพิ่มภายหลัง
ทีวีอนิเมะ
ลำดับการดู แนะนำ ภาคตอนเด็ก, ภาค Z และ ภาค Super ตามลำดับ
ส่วนภาค GT ปัจจุบันไม่ถือเป็นภาคต่อโดยตรง แต่ถ้าต้องการดูเสริมเนื้อหาที่แตกต่างก็ได้เช่นกัน
ภาคต่อเนื้อหา
ภาค Z ค่อนข้างยืดยาวตามมังงะรายสัปดาห์ สามารถดูแบบย่อได้ในภาค Dragon Ball Kai จำนวนตอนจะน้อยลง เนื้อหากระชับขึ้น
Dragon Ball Kai (2009-2014)
ดราก้อนบอล ไค / ดราก้อนบอล ไค ภาคจอมมารบู
จำนวน: 97+61 ตอน (ถ้ารวมตอนพิเศษ 98+69 ตอน)
Movie
ดราก้อนบอลมูฟวี่ เกือบทุกภาค หาดูได้ที่ Bilibili ทยอยอัพเดตภาคแรกและภาค Z (ช่วง มี.ค. 2022) อาจมีเพิ่มภาค Super ในภายหลัง
ภาคแรก
- ดราก้อนบอล เดอะมูฟวี่ 1 ตำนานเทพมังกร (1986)
- ดราก้อนบอล เดอะมูฟวี่ 2 เจ้าหญิงนิทราแห่งปราสาทจอมมาร
- ดราก้อนบอล เดอะมูฟวี่ 3 การผจญภัยสุดพิสดาร
- ดราก้อนบอล เดอะมูฟวี่ 4 วิถีแห่งจ้าวยุทธภพ (1996, ดัดแปลงจาก มูฟวี่ 1)
ภาค ดราก้อนบอล Z
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 2 ยอดยุทธหนึ่งในใต้หล้า
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 3 ศึกสะท้านพิภพ
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 4 ซูเปอร์ไซย่า ซุน โกคู
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 5 การแก้แค้นของคูลเลอร์
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 6 การกลับมาของคูลเลอร์
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 7 ซูเปอร์ไซย่า ปะทะ มนุษย์ดัดแปลง
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 9 ฝ่าวิกฤติกาแล็คซี่
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 10 การกลับมาของโบรลี่
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 11 สุดยอดนักรบ ไบโอโบรลี่
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 12 ฟิวชั่นของโกคูและเบจีต้า
- ดราก้อนบอล Z เดอะมูฟวี่ 13 ฤทธิ์หมัดมังกรถล่มโลก
รีวิว Dragon Ball Daima
การกลับคืนสู่รากฐานของแฟรนไชส์อย่างสมศักดิ์ศรี โดยผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและคอเมดี้ของ Dragon Ball ภาคแรก เข้ากับฉากแอ็กชันพลังสูงของภาค Z และภาคต่อๆ มาได้อย่างลงตัว แม้จะมีสะดุดเล็กน้อยในเรื่องจังหวะการเล่าเรื่องช่วงกลาง แต่ด้วยงานภาพที่น่าทึ่ง อารมณ์ขันที่จริงใจ และความสนุกสนานอย่างแท้จริง ทำให้มันกลายเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่คู่ควรและเหมาะสมจากผู้สร้าง โทริยามะ อากิระ
จุดแข็งที่สุด คือ ความสมดุลของโทนเรื่องที่สมบูรณ์แบบ ซีรีส์สามารถผสมผสานความตลกขบขันแบบแก๊กมังงะของภาคดั้งเดิมเข้ากับการต่อสู้ที่จริงจังและดุเดือดได้อย่างกลมกลืน แอนิเมชันและฉากแอ็กชันก็สวยงามที่สุดในรอบหลายปี เทียบเท่ากับคุณภาพระดับภาพยนตร์ อารมณ์ขันก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะฉากตลกๆ ของเบจิต้า และการนำเสนอโลกปีศาจใหม่ก็ช่วยขยายจักรวาลของเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนคือจังหวะการเล่าเรื่องที่ช้าลงในช่วงกลาง (ตอนที่ 13-15) ซึ่งชวนให้นึกถึงช่วงที่น่าเบื่อของ GT และการที่ตัวละครบางตัวอย่างพิคโกโร่และโกฮังไม่ได้รับบทบาทที่โดดเด่นเท่าที่ควร DAIMA ทำหน้าที่เป็น “การปรับทิศทาง” ของแฟรนไชส์อย่างจงใจ โดยนำแนวคิดที่เคยสร้างความแตกแยกใน Dragon Ball GT กลับมาทำใหม่ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวละครเด็กลง หรือการผสมผสานการผจญภัยเข้ากับแอ็กชัน มันแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์เอง เพื่อแก้ไขและปรับปรุงมรดกที่น่ากังขาของ GT ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Source: Wikipedia






