Overlord (2015-2018) จะมี Season 4 หรือไม่ ?

Overlord Season 4 จะมีหรือไม่

Overlord หรือ โอเวอร์ลอร์ด หนึ่งในอนิเมะเพียงไม่กี่เรื่องที่ได้ทำอนิเมะถึง 3 ซีซั่น ถ้ามีต่อภาค 4 ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ? แต่ก็ต้องบอกว่ายากเหมือนกัน โดยเฉพาะคนอ่านนิยายถึงตอนหลังๆ น่าจะเข้าใจเหตุผลว่าเนื้อหาไม่ค่อยมีอะไรมากเมื่อเทียบกับตอนแรกๆ แล้วจะมีภาคต่อได้ไหม ?

ต้นฉบับ โอเวอร์ลอร์ด เป็นนิยายที่เขียนบนเว็บ ก่อนนำมารวมเล่ม ภาคอนิเมะของ Overlord ผลิตโดย Madhouse มี 3 ภาคในปี 2015 และ 2018 รวม 39 ตอนจบ เนื้อหาจบเท่านิยายเล่ม 9 มีตอนสั้นแบบ SD ในชื่อ Overlord: Ple Ple Pleiades ฉายท้ายภาคทีวีและผ่านเน็ต รวม 34 ตอน มีตอน OVA อีก 1 ตอนในปี 2016

ภาคมูฟวี่ เป็นการสรุปเนื้อหาใน Overlord ภาคทีวีอนิเมะซีซั่น 1 (มีเพิ่มฉากนิดหน่อย) โดยแบ่งฉายเป็นสองภาค คือ Overlord: Fushisha no Ou (The Undead King) เริ่มฉายเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2017 และต่อด้วย Overlord: Shikkoku no Senshi (The Dark Warrior) เริ่มฉาย 11 มีนาคม 2017 แล้วประกาศภาคสองหลังฉายจบมูฟวี่

เนื้อหาภาคแรกของ Overlord กล่าวถึง ในปี 2126 เกม Dive Massively Multiplayer Online Role Playing Game (DMMORPG) ที่ชื่อ Yggdrasil ได้รับความนิยม ผ่านไป 12 ปีตัวเกมได้ปิดตัวลง สมาชิกเกือบทั้งหมดของกิลด์ Ainz Ooal Gown ที่เคยยิ่งใหญ่ได้ถอนตัวก่อนเกมปิด เหลือเพียง โมมอนกะ ยังคงอยู่ในเกมที่ฐานทัพของกิลด์ซึ่งเป็นสุสานขนาดใหญ่ นาซาริค รอจนวินาทีสุดท้ายให้ระบบตัดเขาออกจากเกมสู่โลกความเป็นจริง แต่หลังเซิร์ฟเวอร์ปิดเขากลับพบว่าตนได้ย้ายไปในสถานที่อื่น และ NPC รับใช้กิลด์กลับเป็นมีชีวิต เขาจึงตั้งใจใช้ชีวิตใหม่ในโลกใบใหม่ ค้นหาเหตุผลที่เขาถูกส่งมาที่นี่ และตามหาเบาะแสของสมาชิกอื่นที่อาจอยู่ในโลกนี้ ภายใต้ชื่อของ “ไอนซ์ อูล โกว์น”

เหตุผลที่อาจไม่มีต่อ

เนื้อหา 3 ภาค จบในตัวเอง: ถ้าสังเกตใน OP1 มีฉากบอกใบ้ว่าจะทำต่อหลายจุด อย่างการต่อสู้ของพวกการ์เดี้ยนที่สู้กับศัตรูตามเนื้อหาเล่ม 4 และ 5 เป็นเหตุการณ์ในภาคสอง แต่มาตั้งแต่ภาคแรก โดยเฉพาะตอนโบกธงท้าย OP สื่อความหมายให้คนอ่านนิยายเข้าใจว่าจะถึงช่วงที่ได้เกรียงไกรบนโลกใหม่นี้ ตามเหตุการณ์เล่ม 9

ทำต่อไปก็ไม่จบ: ถ้าได้อ่านนิยายเล่ม 10 – 14 หลายคนน่าจะมีคำถามในใจว่า ถ้าทำอนิเมะต่อจะไปจบตอนไหนให้มันดีเท่าภาค 1 หรือ 3 เพราะเนื้อเรื่องเริ่มไหลไปเรื่อยๆ ตัวละครใหม่มา ตัวละครเก่าบทเริ่มจาง ความลับที่ใบ้ไว้ก็แทบไม่เคยเผยออกมา มีสิทธิ์ที่นิยายจะทำไปเรื่อยๆ 1-2 ปีต่อเล่ม สัก 10 ปีก็อาจยังไม่จบ ถึงตอนนั้นคงทำรีเมคน่าจะดีกว่า

Madhouse เริ่มไม่ไหว: โครงสร้างของ Madhouse เปลี่ยนไปตั้งแต่ NTV ซื้อหุ้นไปเกือบหมดในช่วงปี 2014 ซึ่งหลายเรื่องเริ่มไม่สามารถทำต่อได้ เห็นผลชัดเจนขึ้นในปี 2015-2017 ทั้ง พี่น้องปริศนาโรงเรียนมหาเวทย์, One Punch Man และอีกหลายเรื่อง ทำเอาคนในสตูดิโอลาออกไปไม่น้อย … ถึงทำต่อไหว แต่คุณภาพงานแบบภาค 3 ก็ไม่น่าจะดีเช่นกัน

สำนักพิมพ์ไปดันเรื่องอื่น: ปีหลังๆ โอเวอร์ลอร์ดถือเป็นตัวท็อปของทางสำนักพิมพ์ Enterbrain ซึ่งอยู่ใต้สังกัดของบริษัท Kadokawa เหมือนสำนักพิมพ์อื่นอย่าง ASCII Media Works, Fujimi Shobo, Kadokawa Shoten, Media Factory แต่หัวหนังสือพิมพ์แต่ละเจ้าก็มีเรื่องที่เลือกจะดันต่อ ส่วนใหญ่ดันแบบกระจายความเสี่ยงไป ทำให้โอกาสที่จะเลือกเรื่องที่ขายดีรองลงมาแทนก็เป็นไปได้มากกว่า มีแนวโน้มที่ค่ายนี้จะคิดแบบเดียวกัน

enterbrain 2017 sell
Enterbrain เลือกแนวขายดีมาก่อน (ยอดปี 2017) และมีแนว Isekai อีกหลายเรื่อง

นิยายใกล้จบแล้ว: ในนิยายเล่ม 14 ในเดือนมีนาคม 2020 มีการประกาศว่า จะอวสานในเล่มที่ 17 ตามความตั้งใจเดิมที่ผู้เขียนเคยลงใน Twitter ช่วงปี 2019 ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำอนิเมะมาดันนิยายต่อ

ความจริงมองในมุมกลับก็ได้ว่า การที่มีแค่ 17 เล่ม เท่ากับทำทีวีอนิเมะอีกราวๆ 3 ซีซั่น (ราวๆ 36 ตอน) ตัด/แบ่งเนื้อหาหน่อย ก็จะจบลงตัวพอดี หรือจะปรับบทใหม่ เอาเฉพาะเหตุการณ์สำคัญมาทำเป็น Movie สัก 3 พาร์ทก็พอได้ ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

เหตุผลที่อาจมีต่อ

กระแสยังดีอยู่ ในญี่ปุ่น: ถ้าพูดถึงแนวต่างโลกที่โดดเด่น อันดับต้นๆ ของหลายคนน่าจะเป็น Overlord Season 1 แน่นอน ถึงจะเริ่มคุณภาพดรอปในซีซั่นหลังๆ แต่ยังคงเป็นเรื่องที่ตัวละครน่าจดจำอยู่

กระแสยังดีอยู่ ในต่างประเทศ: ยุคนี้ขายในอเมริกา กับ จีนได้ แทบไม่ต้องสนตลาดญี่ปุ่น แน่นอนว่า Overlord เป็นท็อปต้นๆ เรื่องหนึ่งที่สตรีมออนไลน์หลายประเทศสนใจ และความเป็นไปได้สูงที่จะมีนายทุนมาช่วยออกทุน โดยเฉพาะ Netflix หรือพวกคู่แข่งอย่าง Crunchyroll และ Amazon Prime ที่ต้องการมีเรื่อง Exclusive เป็นของตัวเอง เหมือน ผู้กล้าโล่ผงาด

อาจมีคนมาสานต่อ: เชื่อว่าหลายโปรดักชั่นและสตูดิโอ ยังมองว่าเป็นเรื่องที่มีศักยภาพสูงเรื่องหนึ่ง และอยากได้มาทำต่อ ไม่ว่าจะค่ายน้องใหม่ที่เข้ามาในวงการทุกปี หรือ ค่ายหน้าเก่าที่ชอบสานต่อแบบ J.C. Staff และค่ายอื่นๆ

ดันเรื่องเดียวอาจดีกว่า: หลายค่ายเลือกดันเรื่องในสำนักพิมพ์หลายเรื่อง ซึ่งเป็นสไตล์ของสำนักพิมพ์ในฝั่ง Kodokawa แต่ยุคนี้ ถ้าแนว Isekai เอามาทำอนิเมะแล้วไม่ปัง ก็แป๊ก ดังนั้น แทนที่จะไปเสี่ยงปั้นเรื่องใหม่ ไปดันเรื่องเก่าอาจจะดีกว่า

ตัวอย่างที่ชัดเจน อย่าง เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว ของอีกค่ายเล็กๆ แบบ GC Novels (Micro Magazine) ที่เน้นไปดันเรื่องเดียวมากกว่า ให้มีทั้งภาคแยก และ ภาคต่อ ถ้าอยู่สังกัดของ Kadokawa อาจไม่ได้ทำต่อแบบนี้ก็ได้

อีกเรื่องที่เห็นชัด คือ Log Horizon Season 3 ซึ่งเป็นของ Enterbrain ยังได้ทำภาคต่อ แม้จะเคยทำร่วม 50 ตอนไปแล้ว และเรื่องยอดขายนี่ก็แทบวัดไม่ได้ แต่กระแสในต่างประเทศแรงมากในยุคนั้น เพียงแต่ตามต้นฉบับทันจึงยังทำต่อไม่ได้

ถ้ามองด้านต้นฉบับก็เริ่มออกรวมเล่มแบบช้าๆ เหมือนรอบางอย่างอยู่ ก็เป็นไปได้ที่รอให้มีอนิเมะพร้อมทำภาคต่อได้ ไม่ได้เร่งทำเรื่อยๆ เหมือนหลายเรื่อง เคยออกปีละ 2-3 เล่มในปีแรกๆ หลังมีอนิเมะก็ออกช้าลงมากเหลือ 1-2 ปีต่อ 1 เล่มเท่านั้น เช่น เล่ม 12 ในปี 2017, เล่ม 13 ในปี 2018 และเล่ม 14 ในปี 2020

ดันสื่ออื่นต่อได้: สำหรับเกมมือถือ Overlord: Mass For The Dead ที่มาต้นปี 2019 อาจเป็นสัญญาณว่าน่าจะได้เห็นภาคต่อบ้าง แต่คงคาดหวังไม่มากเพราะเป็นยุทธการที่ล่อเติมเงินแล้วปิดในภายหลังก็ได้ แต่ก็อาจดันทำเกมคอนโซล หรือ Live Action ก็ยังพอเป็นไปได้ ซึ่งโอกาสที่จะได้เห็นอนิเมะมาช่วยดันก็มากขึ้นเช่นกัน

สรุป: โอกาส 50%

เป็นเคสที่วิเคราะห์ลึกๆ เชื่อว่า แต่เดิมในช่วงผลิตภาคแรก อยากให้จบแค่ 3 เล่มหรือ 9 เล่ม ควรจะจบลงตัวพอดี ส่วนชีวิตที่ยาวของของพระเอกหลังก่อตั้งประเทศ ก็รอดูกันยาวๆ ต่อไปในนิยายเพราะมีอะไรให้ทำอีกเยอะ ถ้ายังทำต่อมีสิทธิ์จบแบบค้างคา เพราะไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่ภาค ทางเจ้าของลิขสิทธิ์จึงอาจจะปล่อยไว้แบบนั้น กินค่าลิขสิทธิ์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำภาคใหม่ ทำพวกภาค SD แบบ Isekai Quartet มารักษากระแสเรื่อยๆ ก็ได้

แต่ถ้ามองด้านการตลาดในต่างประเทศ โอกาสมีอนิเมะต่อก็สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะสตรีมมิ่งหลายเจ้าที่อยากได้เรื่อง Exclusive เป็นของตัวเอง หนึ่งในเรื่องที่มีฐานแฟนคลับเยอะต้องยกให้ Overlord แน่นอนว่า ถึง Madhouse จะไม่ทำต่อ ค่ายอื่นก็ยังทำแทนได้อยู่ดี เรื่องคุณภาพก็ว่ากันไป อีกเหตุผลก็ ถึงไม่รู้ว่าจะได้เห็น Season 4 หรือเปล่า แต่ถ้าหวังพวก Movie, OVA ก็อาจจะพอเป็นไปได้บ้าง เพราะคนแต่งก็ดูจะชอบเขียนแนวไซด์สตอรี่มาเสริมอยู่แล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง: รวมชื่ออนิเมะแนวต่างโลก (Update: 2020)